วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พีระศักดิ์'ปัดตอบแนวโน้ม คะแนนเสียงโหวตของสนช.

"พีระศักดิ์" รองปธ.สนช. แจงความเห็นไม่ควรตั้งคำถามพ่วงประชามติ ชี้ทำปชช.สับสน พร้อมปัดตอบแนวโน้ม คะแนนเสียงโหวตของสนช.

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมสนช. เตรียมพิจารณาคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 เม.ย.​นี้ ว่า แม้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) จะมีมติให้ สนช. ตั้งคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยใช้แนวคำถามที่ได้รับจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สนช.) ที่ระบุให้รัฐสภา หมายถึง ส.ส. และส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ ร่วมกันในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน แต่ขณะนี้พบข้อขัดแย้งในข้อเสนอดังกล่าว เพราะมีประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวจึงไม่สามารถมีข้อสรุปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ จึงต้องให้ที่ประชุมสนช.​ลงมติตัดสิน โดยส่วนตัวยังยืนยันในความเห็นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนในช่วงการออกเสียงประชามติได้

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกระบวนการพิจารณาในวาระเสนอคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญของสนช. ว่า เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณา ทางวิป สนช. จะนำเสนอรายงานการพิจารณา ซึ่งมีมติในเสียงข้างมากว่า จะให้ตั้งคำถาม โดยยึดตามแนวคำถามที่เสนอโดย สปท. ทั้งนี้จะได้รายงานด้วยว่าในเสียงข้างมากของวิป สนช.​ดังกล่าวยังมีความเห็นเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นให้ปรับปรุงแนวคำถาม คือ ให้อำนาจ ส.ว. ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเหมือนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.​2550 กำหนด ทั้งนี้อาจให้สมาชิก วิปสนช. เสียงข้างน้อย ได้อภิปรายแสดงความเห็นก็ได้ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบกับรายงานที่วิป สนช. คือให้ตั้งคำถามประกอบการทำประชามติหรือไม่ โดยแนวโน้มของการออกความเห็นต่อเรื่องคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่มีผู้ใดให้รายละเอียดในภาพรวมได้ และระบุว่าขอให้รอดูผลการลงมติในวันที่ 7 เม.ย.​นี้

โดยนายตวง อันทะไชย สนช.ด้านการศึกษา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามติของสนช. ต่อประเด็นดังกล่าวจะออกมาทางใด ขณะที่ความเห็นฐานะเป็นสมาชิกสนช. เปิดเผยไม่ได้เช่นกัน แต่จนถึงขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีผู้ใดที่มาขอคะแนนหรือล็อบบี้ใดๆ ขณะที่การตั้งคำถามประกอบการทำประชามติฯ ที่มีผู้วิจารณ์ว่าควรตั้งคำถามเรื่องการคืนสิทธิเรียนฟรีระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนมองว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน อีกทั้งประเด็นเรื่องการอุดหนุนการศึกษาโดยรัฐ ที่ให้เด็กเรียนได้เรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่ขยายโอกาสการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ 12 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมาตรา 258 จ. ว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษา ที่ระบุให้รัฐสนับสนุนการศึกษาฟรี และไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยผ่านกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลเคยดำเนินการไว้ เช่น กยศ. กองทุนตั้งตัวได้ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และระดับ ปวช.,​ปวส.​ ถือว่ามีความครอบคลุมที่เด็กนักเรียนจะได้รับประโยชน์เรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปถึง 15 ปี จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามประกอบการทำประชามติฯ ในเรื่องดังกล่าวอีก

ด้าน พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม สนช. กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า ที่ประชุมสนช. จะมีผลออกมาเป็นอย่างไร จะให้ตั้งหรือไม่ตั้งคำถามหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากฝ่ายใดแน่นอน อีกทั้งสนช. เป็นผู้ที่เคารพสิทธิของกันและกัน