วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้'ประยุทธ์'ไม่สบายใจ เหตุสหรัฐให้คสช.จำกัดอำนาจทหาร

โฆษกรัฐบาล เผย "ประยุทธ์" ไม่สบายใจ กรณี "โฆษก กต.สหรัฐ" แสดงท่าทีให้ "คสช." จำกัดอำนาจทหาร วอนอย่าเรียกร้องสวนทางความเป็นจริง

เมื่อวันที่ 6เม.ย.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าวเอพีรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เรียกร้องให้ คสช.จำกัดอำนาจของทหาร หลังมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 13/2559 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. รู้สึกไม่สบายใจกับความเห็นดังกล่าว เพราะ การแสดงความเห็นเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการแสดงความเห็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่ได้มีชี้แจงอธิบายความแล้วหลายครั้ง แต่เหมือนพยายามไม่เข้าใจว่าข้อเท็จจริงว่าคืออะไร และเรียกร้องในสิ่งที่สวนทางกับความเป็นจริง เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศไทย ขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ โดยรัฐบาลและคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการทำความสะอาดบ้านของตัวเอง ซึ่งไม่สามารถทำได้ในช่วงที่นักการเมือง บริหารราชการอยู่ ทั้งนี้ การออกคำสั่ง คสช. แต่ละครั้ง มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการงานให้รวดเร็วขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงอำนาจศาลโดยทหาร เพราะหากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น ก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อสู้คดี ทั้งศาลพลเรือน และศาลทหาร โดยเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ไม่ว่าจะตัดสินความถูกผิดหรือยึดทรัพย์ก็ตาม

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีอยากให้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หรือแม้แต่สื่อมวลชนเข้าใจว่า ทั้งนักโทษที่หลบหนีคดี กลุ่ม นปช. กลุ่มนักศึกษา กลุ่มต่อต้านสถาบัน ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย แต่อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ดูดี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกฎหมาย การกระทำผิดทุกกรณีมีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธสงคราม หรือเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองทั้งสิ้น จึงอยากถามกลับไปว่าในประเทศของท่าน ทุกคนมีเสรีภาพที่จะกระทำการที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ได้ใช่หรือไม่

“นายกฯ และ หน.คสช. เรียกร้องให้ถามคนไทยส่วนใหญ่ว่าเขาพอใจที่บ้านเมืองสงบ และรังเกียจผู้ที่ละเมิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรงอย่างไร รวมทั้งขอให้สื่อมวลชนช่วยกันสื่อสารออกไปบ้างว่า ให้นักโทษหนีคดีกลับมาต่อสู้คดีในประเทศ ไม่นำเสนอแต่เพียงเรื่องข้อเรียกร้องของกลุ่มการเมือง นปช. หรือล๊อบบี้ยิสต์ เพราะหากยืนยันว่า ตนเองบริสุทธิ์ แม้จะอ้างว่าตนเองทำถูกต้อง 1 คดี แต่คดีอื่นๆ อีกเป็นสิบ จะว่าอย่างไร และไม่ใช้ประเทศอื่นเป็นเวทีให้ร้ายบ้านเกิดเมืองนอนของตน อย่างไม่ใยดี”