รมว.ยธ. ชี้ "ปานามา เปเปอร์" มี21คนไทยเอี่ยว เป็นข้อมูลจากสื่อ ยังไม่ใช่ข่าวกรอง เผยถ้าตรวจพบทำผิด จ่อใช้กม.ฟอกเงินจัดการ
เมื่อเวลา 13.40 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีสมาคมผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติเปิดเผยเอกสารลับการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายแห่งหนึ่งในปานามา ที่ช่วยเหลือลูกค้ารายใหญ่ทั้งนักการเมือง และผู้นำประเทศบางประเทศในการฟอกเงินและเสียงภาษี โดยมีการเปิดเผยว่ามีคนไทย 21 คนเป็นลูกค้าบริษัทดังกล่าวด้วยว่า เราต้องเข้าใจว่าข้อมูลดังกล่าวออกมาจากสื่อจึงเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารเท่านั้น เราจะนำมาตรวจสอบไม่ได้ต้องให้เป็นข้อมูลทางการก่อน เราต้องเข้าใจตรงนี้ ฉะนั้น ถ้าทางราชการจะนำมาตรวจสอบจำเป็นต้องเป็นข้อมูลทางราชการ เพราะเขามีกฎหมายพันธะกรณีกันอยู่แล้ว และมีความเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานปราบปรามทางการเงินกับต่างประเทศอยู่แล้ว
จากนั้นจะต้องนำข้อมูลมาตรวจสอบว่าการโอนหรือการใช้งบประมาณไปดำเนินการทางธุรกิจหรือเรื่องใด เพราะอาจจะเป็นเรื่องการลงทุนระหว่างประเทศก็ได้ ดังนั้น ในขั้นต่อไปหากพบว่ามีแนวโน้มว่าเรื่องใดไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องใช้กฎหมายการฟอกเงินเข้าไปจัดการ ทุกอย่างมีขั้นตอน แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ผ่านมาแล้วหลายปีหรือไม่ก็ตาม ก็ยังถือเป็นข้อมูลจากสื่อที่นำมาใช้ในทางราชการไม่ได้จึงพยายามบอกว่าอย่าไปเอ่ยชื่อคนหรือบุคคลเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล และไม่ใช่ข้อมูล
เมื่อถามว่าจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือปปง.ตรวจสอบต่อหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า 2 หน่วยงานนี้ร่วมงานกันอยู่แล้ว และปปง.มีกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ก็สามารถทำได้ ขอให้รอเพราะเห็นว่ามีการเปิดเผยรายชื่อกันออกมาแล้ว ตรงนี้ก็ต้องให้ความเคารพซึ่งกันและกัน จึงขอให้มองในแง่บวก ทั้งนี้ ตอนนี้ตนได้เห็นรายชื่อแล้ว แต่ตนไม่ขอพูดว่ามีรายชื่อใครบ้าง เพราะต้องให้ความเคารพกันด้วย ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลข่าวไม่ใช่เป็นข้อมูลข่าวกรอง
เมื่อถามว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ทางต่างประเทศ ในส่วนของเรา ปปง.มีช่องทางดำเนินการอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับต่างประเทศว่าจะให้ข้อมูลเราหรือไม่ขนาดไหน
เมื่อถามว่า มองดูแล้วข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบและในที่ประชุมครม.นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับหรือห่วงอะไรในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะยังไม่อยู่ในจุดที่จะเรียกว่าถูกหรือผิดกฏหมาย ขอให้ใจเย็นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ เบื้องต้นตนได้พูดคุยกับปปง.แล้ว ส่วนการที่ผู้นำระดับสูงในหลายประเทศ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำการดังกล่าวนั้น ไม่เป็นไรก็ปล่อยให้เขาพูดไป ยืนยันหากเรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง เราจะดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง




