วธ.จับมือ สตช. และภาคีเครือข่ายคุมเล่นสงกรานต์ ห้ามแต่งล่อแหลม-แสดงออกส่อร่วมเพศ ผิดตามพ.ร.บ.ค้าประเวณี
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังหารือกับสำนำงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อวางมาตรการป้องกันการแสดงและแต่งกายไม่เหมาะสมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า วธ.ได้เชิญ สตช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กทม. รวมถึงเครือข่ายผู้ปกครองและเยาวชน มาประชุมเพื่อวางมาตรการป้องกันความประพฤติ การแสดงและการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ นายกฯ ที่มอบให้ วธ.และ สตช. ไปวางมาตรการป้องกันความประพฤติที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา มีการแสดงที่ไม่เหมาะสมภายในงาน
ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการป้องกันการแต่งการและการแสดงที่ไม่เหมาะสมช่วงสงกรานต์ โดย ส่งเสริมให้เล่นสงกรานต์อย่างเหมาะสมตามวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม พร้อมรณรงค์ให้แต่งกายเล่นสงกรานต์อย่างเหมาะสม ไม่ล่อแหลม ถ้ามีการแต่งการหรือประพฤติไม่เหมาะสมตามวัฒนธรรม ประเพณีแล้ว จะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอาญาตามโทษขั้นสูงสุด พร้อมใช้กฎหมายอื่น ๆ มาดำเนินคดีด้วย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และถ้ามีการนำภาพการแต่งกายและการแสดงออกไม่เหมาะสมไปโพสต์ทางโซเชียลมีเดียแล้ว ก็จะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วย
“วธ.ได้เปิดสายด่วน1765ระหว่าง 12-17 เม.ย. นี้ เพื่อรับแจ้งเบาะแสที่ไม่เหมาะสมจากประชาชน และเชิญชวนให้ประชาชนที่พบการแสดงไม่เหมาะสม แต่งกายไม่เหมาะสม แจ้งเบาะแสกันเข้ามา ซึ่งทุกกรณีจะถูกดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าตำรวจ โดยจะใช้กฎหมายขั้นสูงสุดมาดำเนินคดี อาทิเช่น แต่งกายล่อแหลม ตามกฎหมายอาญากำหนดให้เปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท และใช้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินดคีด้วย เพราะฉะนั้น การกระทำเดียวอาจเจอความผิดหลายกระทงตามกฎหมายต่าง ๆ ไม่ใช่โดยแค่ปรับ 5,000 บาท ” นายวีระ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ รองผบ.ชน . กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นตำรวจจะเข้มงวดและดำเนินคดีแก่ผู้ที่แต่งกายไม่เหมาะสม หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม ใช้กฎหมายทุกข้อมาดำเนินคดี โดยการแต่งกายหรือความประพฤติที่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินดคี คือ การแต่งกายที่มองแล้ว ขัดหูขัดตา ไม่เป็นไปตามวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย เช่น ใส่ทูพีท มาเล่นสงกรานต์ เต้นท่ายั่วยวน เลียนแบบการร่วมเพศ ซึ่งแบบนี้นอกจากจะผิดข้อหาอนาจารที่ปรับได้ไม่มากแล้ว อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายป้องกันการค้าประเวณีด้วย โดยจะพิจารณาที่เจตนาและดูเป็นราย ๆ ไป
“ ครั้งนี้ จะไม่จบแค่การเปรียบเทียบปรับที่สถานีตำรวจซึ่งปรับได้สูงสุดแค่ไม่เกิน 1,000 บาท การปรับเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะฉะนั้น สงกรานต์ปีนี้ ถ้าแต่งกายหรือประพฤติไม่เหมาะสมทางตำรวจจะส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีให้ถึงโทษขั้นสูงสุด และเอากฎหมายอื่นๆ มาจับด้วย ส่วนผู้จัดงานที่นำการแสดงไม่เหมาะสมมานั้น ก็จะถูกดำเนินคดีทั้งผู้จ้าง และเจ้าของสถานที่คือสถานบันเทิงด้วย และจะไม่ดำเนินคดีเฉพาะคนไทยเท่านั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะไปประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงการเล่นสงกรานต์และการแต่งกายที่เหมาะสมตามวัฒนธรรม ประเพณีไทย ”
นายประสาน หวังรัตนปราณี ประธานคณะทำงานจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายทีเกี่ยวข้อง กล่าวว่า นายฯกำชับมาให้เฝ้าระวังเรื่องวัฒนธรรมประเพณี เพราะฉะนั้น จะไม่ให้พนักงานสอบสวนปรับแค่ข้อหาอนาจารตามกฎหมายอาญาอย่างเดียว ซึ่งมีอัตราโทษปรับน้อยมาก รวมถึงการถ่ายภาพคลิปที่ไม่เหมาะสมขึ้นสื่อออนไลน์นั้น ก็จะเอาพ.ร.บ.คอมฯ มาดำเนินคดีด้วย
ขณะเดียวกัน ถ้าการแสดงออกสื่อไปในทางลามกอนาจาร ก็จะเอา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี มาดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้ เชิญชวนให้ประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ถ่ายคลิปและส่งเข้ามาที่ กระทรวงวัฒนธรรม เราจะนำทุกคลิปมาดำเนินคดีแม้จะสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ไปแล้วก็ตาม
นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จะสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารส่วนท่องถิ่น เฝ้าระวังและดูแลเรื่องนี้
นายชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภาวัฒนธรรม กทม. จะใช้เครือข่ายวัฒนธรรมที่มีอยู่ 50 เขตทั่วกรุงเทพ และเครือข่ายต่าง ๆเช่นเยาวชนสถานศึกษา มาช่วยดูแลเพื่อให้สงกรานต์ปีนี้ เป็นไปตามประเพณีที่ดีงามของไทย





