วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ค้านคำถามพ่วงส.ว.เลือกนายกฯได้

"อภิสิทธิ์" เผย "ประชาธิปัตย์" ค้านคำถามพ่วงส.ว.เลือกนายกฯได้ จี้คสช.เผยทางออกหากร่างรธน.ไม่ผ่านประชามติ เพื่อให้ปชช.ตัดสินใจถูก

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์​ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) มีมติส่งคำถามพ่วงประชามติในประเด็นให้ส.ว.มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีเพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาว่า ทางพรรคไม่เห็นด้วยกับคำถามนี้เพราะจะทำให้เสียหลักการ เนื่องจากทำให้รัฐบาลทำงานได้ยากขึ้น อีกทั้ง ตามหลักการแล้วการจะเป็นนายกรัฐมนตรีจะได้รัฐบาลจะต้องได้รับเสียงสนันสนุนจากส.ส. ดังนั้นบุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คนไม่ควรมีสิทธิที่จะลบล้างเจตนารมย์ของประชาชนที่เลือก ส.ส.เ ข้ามา ส่วนสนช.จะนำคำถามดังกล่าวไปถามประชาชนจริงหรือไม่ ตนเห็นว่าการหยิบประเด็นนี้ จะทำให้มีข้อโต้แย้งมาก แม้แต่กรธ.เองก็ยังไม่รับที่จะให้ส.ว.มีอำนาจในโหวตนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะจะก่อให้เกิดวามสับสนต่อการลงประชามติของประชาชนมากกว่า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เผยว่า มีแผนรองรับในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็อยากจะทราบเหมือนกันหากทางคสช.และรัฐบาลมีทางออกแล้ว ทำไมถึงไม่บอกประชาชนเจ้าของประเทศได้รับรู้เพื่อประชาชนจะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้องในการลงประชามติเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ประเทศ ซึ่งน่าจะตรงกับสิ่งที่คสช.ต้องการ 

เมื่อถามต่ออีกว่า จากการที่นายวิษณุ ระบุว่า ถ้าประชามติไม่ผ่านก็สามารถดำเนินการต่อได้เลย ในวันที่ 11 ส.ค.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยากให้เปิดเผยออกมา เพราะการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้แต่ดูเหมือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อโรดแมป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการอยู่แล้ว เมื่อถามต่อไปว่า นายวิษณุ ระบุว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่อาจมีเร็วขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าว่า “ผมไม่ทราบ ต้องไปถามท่าน ถ้าผมทราบคงไม่เซอร์ไพรส์”

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันตลอดว่า ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ โดยเฉพาะนักการเมืองหากประเทศเดินหน้าไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนเป็นผู้ลงประชามติดังนั้นเราก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ขณะนี้มีประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่ นั่นคือประชาชนไม่ได้ทราบทางเลือกที่ชัดเจนการที่จะให้ประชาชนผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ดังนั้นก็ต้องยอมรับว่า ถ้าสภาพยังเป็นแบบนี้ การตัดสินใจจะอยู่บนการคาดคะเน ขณะเดียวกับหากยังไม่อนุญาติให้มีการรณรงค์หรือปิดกั้นไม่ให้ข้อมูลกับประชาชนก็จะกระทบต่อเจตนารมย์ของการทำประชามติจึงอยากให้เปิดใจกว้างโดยให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นแบบสุจริตต่อร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อตัดสินใจจะให้มีประชามติแล้วเราต้องเชื่อมั่นและให้เกียรติประชาชนด้วย

“ผมเห็นด้วย ถ้าใครก่อให้เกิดความวุ่นวายยุยงโดยนำความเท็จมาปลุกระดมจนกระทบต่อความมั่นคงก็จัดการได้แต่ถ้าจะมีการแสดงความเห็นโดยสุจริตก็ต้องเปิดโอกาสแต่ก็ตัดสินใจยากอยู่ดีว่าใครจะเป็นคนชี้ว่านี่เป็นการให้ข้อมูลโดยสุจริตหรือเป็นการชี้นำ ทั้งนี้การที่ สปท.กับสนช.ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเป็นการชี้นำหรือไม่ ดังนั้นผมจึงคิดว่ากติกาตาม ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณากันอยู่ต้องชัดเจน และเป็นธรรมแล้วจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในกระบวนการที่เกิดขึ้นผลออกมาจะได้เป็นที่ยอมรับ จะได้ไม่มีข้อทักท้วงภายหลังอีก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามอีกว่าในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัญธรรมนูญแต่ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนจะทำอย่างไรนายอภิสิทธิกล่าวว่าขณะนี้ผมเป็นห่วงเพราะมีคนผูกเรื่องการทำประชามติ เป็นเรื่องการเมืองเช่นการไปเรียกร้องให้ คสช. ต้องรับผิดชอบหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติเป็นต้น แม้ว่าทางพรรคจะไม่เห็นด้วยกับหลายประเด็นที่เป็นสาระของร่างรัฐธรรมนูญแต่การตัดสินใจของประชาชนและพรรคก็จะอยู่บนการประเมินสถานการณ์ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างดีที่สุดกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามต่ออีกว่าทางพรรคจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการและจะออกแถลงไหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะ คสช. ไม่ให้มีการประชุมพรรค แต่เราจะใช้วิธีแลกเปลี่ยนพูดคุยกันให้คนที่เกี่ยวข้องค่อยๆประมวลความเห็นส่วนจะออกแถลงการแบบพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้นเมื่อถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกที   

เมื่อถามถึงกรณีที่ผบ.ทบ.จะเปิดหลักสูตรอบรมนักการเมืองไปเข้าค่ายทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ประสงค์จะสมัครเข้าคอร์ส”