สปท.เห็นชอบข้อเสนอแนะร่างพ.ร.บ.ฮั้วประมูล

"สปท." เห็นชอบข้อเสนอแนะร่างพ.ร.บ.ฮั้วประมูล เผยสปท.ส่ง"เสรี-วิวัฒน์-ยงยุทธ์-ปานเทพ"ซักถามร่างรธน. ของกรธ.30 มี.ค.
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เรื่องข้อเสนอแนะร่างพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ...
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมาธิการฯ ได้รายงานหลักการและเหตุผลว่า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติ เน้นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ให้มีการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และยังให้มีการตั้งคณะกรรมการ 5 คณะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างปลอดจากการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา การจัดซื้อจัดจ้างมีช่องทางให้เกิดการคอร์รัปชั่นได้หลายกระบวนการ ทั้งฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน
ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ กล่าวว่า ในอดีตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีการรั่วไหล 10-30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประเทศสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก แม้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ยังมีจุดอ่อนหลายด้าน จึงทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย เช่น การทุจริตคลองด่าน โครงการรับจำนำข้าว อีกทั้งยังมีช่องโหว่ด้านการป้องกันรูปแบบใหม่ๆขึ้น หากไม่เร่งแก้ไขจะทำให้การทุจริตกระทำได้ง่าย โดยเฉพาะการคำนวณราคากลางที่ไม่เป็นไปตามความจริง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐรู้เห็นเป็นใจกับภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเน้นการควบคุม การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ รวมทั้งมีความเป็นสากลสอดคล้องกับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษจะไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานของรัฐโดยตรง แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทั้ง 5 ชุดที่แต่งตั้งขึ้น หากดำเนินการขัดหลักกฎหมายต้องได้รับโทษ
จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยได้มีการอภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยเห็นว่า ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นกระบวนการ เช่น การประกวดราคา การตรวจรับ รวมไปถึงการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทที่ได้รับประมูลดำเนินการผิดทีโออาร์ที่กำหนดไว้ อีกทั้ง ควรมีความชัดเจนในการกำหนดบทลงโทษด้วย ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปท. อภิปรายว่า ควรตัดคำว่า “ “อย่างมีนัยสำคัญ” ในมาตรา 8, มาตรา 13 และมาตรา 14 ออกไป เพราะอาจทำให้มีการตีความและยังเป็นการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างอันเป็นสาเหตุของการทุจริต ส่วนการกำหนดไม่ให้ฝ่ายการเมืองเป็นประธานกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐนั้น กรรมาธิการต้องเสนอแนะบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวไว้ให้ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับนายวิทยา แก้วภราดัย สปท. ที่เห็นด้วยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งเป็นประธานกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น และป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง รวมทั้งบางหน่วยงานเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมา
ภายหลังพิจารณาเสร็จสิ้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เรื่อง ข้อเสนอแนะร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. .... ด้วยคะแนน 169 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ทั้งนี้ก่อนพิจารณารายงานฉบับต่อไป ร.อ.ทินพันธุ์ ได้แจ้งสมาชิกว่า ในวันที่ 30 มี.ค. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะนำแถลงเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสปท. รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานรับทราบ โดยในส่วนสปท.จะส่งตัวแทนจำนวน 4 คน เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร พ.ต.ต. ยงยุทธ สาระสมบัติ และนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ







