วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถาม 'คสช.' สั่งรื้อศธ. ปฏิรูปการศึกษาได้จริงหรือ

"นพ.วรงค์" ถาม "คสช." สั่งรื้อใหญ่ศธ. ปฏิรูปการศึกษาได้จริงหรือ ชี้แค่ปฏิรูปโครงสร้างผู้บริหาร แนะต้องออกคำสั่งเพิ่ม

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีมีคําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 10/2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และ คําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ว่า สิ่งที่จะต้องพิจารณาคำสั่งทั้งสองฉบับ จะนำไปสู่การปฏิรูปเชิงคุณภาพของการศึกษาชาติได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ปฏิรูปโครงสร้างทางอำนาจของผู้บริหารเท่านั้น โดยเปลี่ยนจากเหล้าที่อยู่ในขวดปัจจุบัน นำไปใส่ขวดเก่าที่เคยมีมาในอดีต

โจทย์ใหญ่ทางคุณภาพการศึกษาคือ ต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่โรงเรียนนั่นคือ ผอ.โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง หลักสูตร งบประมาณ การบริหาร เพื่อให้เด็กไทยสัมฤทธ์ผลคุณภาพ 7 ด้านคือ 1.เป็นคนเก่ง ซึ่งเป็นเรื่องทางวิชาการ หลักสูตร ที่เด็กต้องได้รับตามมาตรฐาน 2.เป็นคนดี เป็นเรื่องเชิงคุณธรรม จริยธรรมที่จะต้องกล่อมเกลาตั้งแต่อนุบาลเป็นต้นไป 3.มีวินัย เป็นพื้นฐานของการเคารพกติกา กฏหมายของสังคม 4.มีเหตุมีผล เป็นเรื่องที่ต้องฝึกเด็กให้ใช้เหตุใช้ผล การคิดและวิเคราะห์ เพื่อให้เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ 5.ความสามารถสื่อสารได้สองภาษา 6.ทักษะชีวิต ความสามารถเอาตัวรอดในสังคม นอกตำราเรียน ข้อนี้ทราบว่ากระทรวงศึกษาพยายามทำ และ 7.การใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับวัย

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้าพิจารณาคำสั่งคสช.ทั้งสองฉบับดังกล่าว จะพบว่ายังไม่ได้ตอบโจทย์ ที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่โรงเรียนและห้องเรียน แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้รวมศูนย์การบริหารงานที่แตกกระจายมาอยู่ที่แห่งเดียวภายในจังหวัด ดังนั้น ถ้ารับรู้ถึงเป้าหมายเชิงคุณภาพของการศึกษา จะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ที่โรงเรียนและห้องเรียน รัฐบาลและคสช.ต้องไม่หยุดเพียงแค่สองคำสั่งนี้ ต้องมีคำสั่งเพิ่มเติมในการเพิ่มอำนาจ การบริหารบุคคลากร เพิ่มเติมงบประมาณตรงสู่โรงเรียน ยกเลิกการประเมินแบบเก่า โดยหันมาประเมินนักเรียนเพื่อให้เป็นผลงานของครูและผอ.โรงเรียน กำหนดเป้าหมายการประเมินแก่ ผอ.โรงเรียน พัฒนาให้โรงเรียนเป็นหัวใจของการศึกษา โดยการสร้างค่านิยมว่า การเป็นผอ.โรงเรียนถือว่าสูงสุด ส่วนระดับจังหวัด ระดับภาคและกระทรวงเน้นที่การเป็นหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกแก่โรงเรียน คอยติดตาม สนับสนุน ประเมินผลตามเป้าหมาย เพื่อสร้างเด็กไทยให้ได้คุณภาพเจ็ดประการนี้

“ถ้ารัฐบาลและคสช.สามารถดำเนินการต่อ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายคุณภาพการศึกษา ถือว่าคุ้มค่ามากกับภารกิจเพื่อปฏิรูปการศึกษา แต่ถ้าไม่ทำอะไรต่อ มันก็เป็นเพียงการจัดสรรอำนาจของผู้บริหารเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่โรงเรียนและห้องเรียน ระยะยาวปัญหาเดิมๆก็จะวนกลับมาอีก” นพ.วรงค์ กล่าว