เบื้องลึก.."อภิสิทธิ์" ปรองดอง "สุเทพ" โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ในขั้วรัฐบาล?
การจะ "รับหรือปฏิเสธ" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. เป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ทำให้ "พรรคประชาธิปัตย์" เดินการเมืองได้ยากลำบาก เมื่อต้องกอดหลักประชาธิปไตยและก็ต้องปฏิเสธเผด็จการ
“จุดยืนของพรรคตอนนี้ เรามองว่าสังคมไม่ควรเผชิญหน้า และโต้เถียงกันเพียงว่ารับหรือไม่รับ พรรคประชาธิปัตย์มองว่า หนทางที่ดีที่สุด คือเราได้รัฐธรรมนูญที่ดี...ถ้าประชามติจบลงด้วยการไม่รับ หรือรับเพราะประชาชนไม่มีทางเลือก... จะไม่เป็นผลดีต่อการแก้ปัญหาทางการเมือง เท่ากับเป็นการสูญเปล่าของ 2 ปีที่ผ่านมา”
ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำประชาธิปัตย์ จึงไม่ “ฟันธง” ว่าประชาธิปัตย์จะเลือกทางไหน
คีย์แมนประชาธิปัตย์ ผู้หนึ่ง ชี้ว่า... “รู้ทั้งรู้กันว่า หมากการเมืองทุกวันนี้ คสช.ปูทาง ให้ฝ่ายตรงข้าม "ทักษิณ" เป็นรัฐบาล ซึ่งหมายรวมถึงประชาธิปัตย์ด้วย แต่นั่นก็หมายถึง ต้องปรองดองกับทหาร และพันธมิตร อย่าง กปปส. ที่ร่วมสู้ด้วยกันมา ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่นี้ ประชาธิปัตย์จะรับหรือไม่รับ ก็คือ ท่าทีการเมือง ว่าเอาด้วยกับทหารหรือไม่”
ทว่า ที่ผ่านมา ระหว่าง กปปส. และประชาธิปัตย์ แม้จะมีประเด็นเห็นต่าง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้น “หัก” กัน หรือถอยไปยืนคนละข้าง และที่ประชาธิปัตย์พยายามทำอยู่ในเวลานี้ คือ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”
และหาก ประชาธิปัตย์ปฏิเสธรับร่าง รธน. ครั้งนี้ ก็ไม่พ้นถูกมองว่า “จะเอาแต่ได้โดยไม่ยอมเสีย” (หลักการ) ที่สำคัญ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. จะไปเคลียร์กับ คสช. อย่างไร
วงในประชาธิปัตย์ผู้หนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า “อภิสิทธิ์” จะกล้าหัก “สุเทพ” และทหารหรือไม่ เพราะตัวเองก็ต้องรักษา ทั้งสถานะผู้นำพรรค หลักการประชาธิปไตย ที่ไม่หนุนเผด็จการทหาร ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่า “เผือกร้อน” เรื่องร่าง รธน. ก็เป็นประเด็นที่สะท้อนถึงการเมือง เรื่อง “อำนาจในประชาธิปัตย์” อย่างชัดเจน
เขาระบุ ด้วยว่า 3 หัวหน้าพรรคต่างยุค ตั้งเเต่ ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน และอภิสิทธิ์ (ไม่นับแกนนำแถวถัดไป) ล้วนไม่เห็นด้วยกับแนวทางของผู้มีบารมีเหนือพรรคอย่าง “สุเทพ” ที่พยายาม จะให้พรรคตอบรับร่าง รธน. ของ คสช. ขณะนี้ กระแสที่เช็คกันภายในหมู่สมาชิก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่ คสช. วางโครงสร้าง “ทหาร” เอาไว้ ควบคุมนักการเมือง
“ตอนนี้ คสช.ไม่ให้ประชุมพรรค เราก็ใช้โทรถามกัน และก็มีคุยกลุ่มย่อยภายใน แนวโน้มคงไม่เอา แต่หัวหน้าไม่ต้องการปะทะกับสุเทพ ก็ใช้วิธีช่วยกันพูด วิจารณ์เนื้อหา” วงในผู้นี้ระบุ เเละยังมีปัญหาที่ทับซ้อนอยู่อีกชั้น ที่สมาชิประชาธิปัตย์ยอมรับว่า “ปฏิเสธได้ยากว่า สุเทพ ยังมีบทบาทสำคัญ ในการชี้นำพรรค แม้ว่า อภิสิทธิ์ พยายามเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ไม่ง่าย”
คีย์แมนระดับสูงของพรรคผู้หนึ่ง ประเมินความสัมพันธ์ ระหว่าง อภิสิทธิ์กับสุเทพ ว่าเมื่อต้นปี น่าจะถึงขั้นแตกหักกันโดยสิ้นเชิง นับแต่มีปัญหาเรื่องการทำงานของผู้ว่าฯสุขุมพันธ์ ที่สุเทพวางตัวให้เป็นผู้นำพรรคคนต่อไป และเป็นไปได้ว่า “จากนี้ไปการสนับสนุนของสุเทพ ที่จะให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่มีอีกแล้ว”
เขาระบุด้วยว่า เรื่องที่สองคนเห็นต่างคือ แนวทางการเมือง เพราะอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค เดินลำบาก โดยความเป็นนักการเมืองและลักษณะของตัวเอง จะไปเดินตามเผด็จการทหารไม่ได้
“ถ้าเดินในระบอบเผด็จการ จะไปไม่ได้ ก็พยายามจะปรับเพื่อให้สมดุล...ที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ไปขึ้นเวทีกับ กปปส. ก็เต็มที่แล้ว เขาทำได้แค่นั้น จะให้สุเทพบอกอภิสิทธิ์ บอกพรรค ให้รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ถ้าไปไกลกว่านี้ก็พัง เข้ารกเข้าพง แม้สุเทพอาจจะรู้สึกว่าปั้นอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ ต้องคิดถึงคนปั้น ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เสี่ยงคุก”
เขายอมรับว่า สถานการณ์วันนี้ ประชาธิปัตย์ เดินลำบาก และอาจยังจำเป็นต้องพึ่งพาสุเทพ แม้จะประกาศออกจากพรรคไปแล้ว สำคัญคือ อิทธิพลในการกำหนดตัวผู้นำพรรคคนถัดไป น่าจะมีอยู่มาก “วันนี้ จึงขึ้นอยู่กับว่า อภิสิทธิ์จะกล้าขัดสุเทพ มากน้อยแค่ไหน”
ขณะที่ อีกด้านหนึ่ง นักสังเกตการณ์ในพรรค กลับให้ข้อมูลอย่างแปลกใจว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสัญญาณ “ปรองดอง” ระหว่างหัวหน้าพรรค และ กปปส. โดยการอัพเกรด “ถาวร เสนเนียม” เป็น ที่ปรึกษากฏหมายของหัวหน้าพรรค มีการจัดห้องทำงาน บนชั้นเดียวกับหัวหน้าพรรค ทำเอาสมาชิก “นอกสายสุเทพ” งงไปตามๆ กัน เพราะรู้กันดีว่า "ถาวร" ถูก "สุเทพ" วางตัวเป็นเลขาฯพรรคคนต่อไป
ทำให้ในพรรค ตั้งประเด็นกันว่า หรือ...เหตุที่อภิสิทธิ์เปิดรับ “ถาวร” มานั่งใกล้ตัว เพื่อจะอยู่ต่อ เป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย โดยแรงหนุนของสุเทพ หลังจากที่ “คุณชายสุขุมพันธ์” หมดอนาคตไปแล้ว
หรือ... อภิสิทธิ์จะเป็นพันธมิตรกับสุเทพ เฉพาะเรื่อง! เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นใต้น้ำจากกลุ่ม กปปส.
ว่ากันว่า เรื่องนี้ทำเอา “สายอภิสิทธิ์” ถึงกับไปกันไม่เป็น แต่หลายคนมองไปข้างหน้า เรื่องตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” ยังไม่สำคัญเท่าเรื่องท่าทีของพรรคต่อ คสช. ซึ่งสุเทพเอง ก็จำเป็นต้องหนุน คสช. เพื่อให้ทุกอย่าง เป็นไปตาม “โรดแมป กปปส.” แม้ว่า วันนี้จะมีกระแสในพรรค พยายามยันอำนาจของแกนนำ กปปส.เอาไว้ แต่ที่สุดแล้ว ก็ยากจะปฏิเสธว่า “สุเทพ” อาจจะเป็นหนึ่งในผู้กำหนดเกมการเมือง ระนาบเดียวกับ “ผู้จัดการรัฐบาล” หลังการเลือกตั้งรอบหน้าด้วยซ้ำ
ฉะนั้น เรื่องดุลอำนาจในประชาธิปัตย์ จึงน่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย และอาจไม่น่าแปลกใจนัก หากอภิสิทธิ์จะยอม“ปรองดอง”กับสุเทพ เพื่อเรื่องสำคัญยิ่งกว่า...โดยเฉพาะ โอกาสยืนแถวหน้าของประชาธิปัตย์ในขั้วรัฐบาล!!





