กมธ.ป้องกันทุจริต สปท. ดันกฎหมายสกัดโกง "3ชั่วโคตร" ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน-ใครทำผิดติดคุก
เมื่อเวลา 10.30.น. นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านป้องกันและปราบปราม การทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงว่า ที่ ประชุมกมธ.เห็นชอบการเสนอร่างพ.ร.บ.การขัดกันระหว่างผล ประโยชน์ส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐกับผล ประโยชน์ส่วนรวม
มีสาระสำคัญคือ การห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ มา ใช้แทนร่างกฎหมายฉบับเดิม ที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไปในปี 2551 เพราะองค์ประชุมในการพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าวขณะนั้นไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งเนื้อหาตามกฎหมายเดิมกำหนดให้คำว่าเครือญาติครอบคลุมถึงพ่อแม่ บุตร ลูกเขย ลูกสะใภ้ ลุง ป้า น้า อา พ่อตา แม่ยาย ลูก หลาน เหลน หรือ 7 ชั่วโคตร
แต่ร่างกฎหมายที่กมธ.เสนอล่าสุด จะครอบคลุมเฉพาะ 3 ชั่วโคตรได้แก่ พ่อแม่ ลูก และคู่สมรสของลูก เนื่องจากมีเสียงท้วงติงว่าการบังคับใช้ถึง 7 ชั่วโคตร มีความเข้มงวด ยุ่งยากเกินความจำเป็น หากมีผู้กระทำความผิดจะถูกป.ป.ช.ไต่สวน มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน3ปี หรือปรับไม่เกิน6หมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 100 หลังจากนี้กมธ.จะเสนอกฎหมายฉบับนี้ให้ที่ประชุมสปท.ลงมติเห็นชอบ ส่งให้ครม.ต่อไป
นาย วรวิทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งศาลอาญาแผนกคดีทุจริต ซึ่งมีคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาประมาณ 60 คดี โดยสามรถพิจารณาคดีได้ถึง 1คดีต่อหนึ่งปี ต่างจากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีต่อการพิจารณาหนึ่งคดี ดังนั้น ถือว่าเป็นความก้าวหน้าในการทำงานของศาล อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าหากต่อไปนี้การพิจารณาคดีเกิดความล่าช้า จะอยู่ที่การทำงานของคณะกรรมการป.ป.ช.และอัยการ โดยส่วนตัวเชื่อว่าถ้ากระบวนการพิจารณาคดีต่างๆสามารถทำได้รวดเร็วคาดว่าปี นี้จะได้เห็นคนทุจริตต้องติดคุกอย่างแน่นอน
ภาพ-parliament.go.th





