"พล.ต.ท.ศานิตย์"เผยเตรียมสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มเติม จะขอให้ศาลออกหมายจับมให้เร็วที่สุด คาดพรุ่งนี้
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก่อนที่จะเดินทางมายัง สน.พหลโยธิน ตนเองได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณชั้นใต้ดิน เอสซีบี.ปาร์ค อีกครั้ง เพราะหลังจากได้รับฟังข้อมูลแล้ว ตนเองมีบางอย่างที่สงสัย จึงต้องเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุอีกครั้งให้เห็นกับตา และจากการที่ได้ไปดูมา ก็ตรงตามคำให้การของพยาน สำหรับคดีดังกล่าวตนเองให้ความสำคัญ จึงได้เดินทางมาเพื่อเร่งรัดคดี พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการสืบสวนสอบสวนคดี เวลานี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล2 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดยมีพนักงานสอบสวนร่วมทำงานทั้งสิ้น 13 คน เพื่อเร่งออกหมายจับเพิ่มเติมในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานไปกว่า 26 ปาก และจะขอให้ศาลออกหมายจับเพิ่มเติมให้เร็วที่สุด คาดว่าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ น่าจะดำเนินการได้
สำหรับการสอบปากคำนั้น เวลานี้ทางพนักงานสอบสวน กำลังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มเติม เบื้องต้นมีหลักฐานว่า บริษัทเมก้า แพลนเนต มีการจ้างวานบริษัทอื่น ซึ่งมากกว่าหนึ่งบริษัทให้มาดำเนินการทำงานอีกทอดหนึ่ง แต่ก็ต้องมีการสอบปากคำ เพื่อยืนยันและประกอบเป็นหลักฐานในทางคดี โดยจะทำการตรวจสอบบริษัทที่ถูกว่าจ้างมาว่า มีมาตรฐานและความเชี่ยวชาญในการทำงานมากน้อยเพียงใด และต้องตรวจสอบรายละเอียดในสัญญากว่า 27 หน้า ที่เบื้องต้นระบุไว้ว่า หากมีการว่าจ้างบริษัทรับช่วงต่อ ต้องได้รับความยินยอมจากทางธนาคาร ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน ทั้งในส่วนของสัญญาและในส่วนของความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ ทางธนาคารไม่ได้ดูว่า ใครชนะการประมูลเพียงอย่างเดียว แต่ดูมาตรฐานและความเชี่ยวชาญของบริษัทนั้นๆด้วย ส่วนราคาแพงเท่าไรไม่สำคัญ เพราะต้องการให้ธนาคารมีความปลอดภัยสูงสุด ในส่วนของธนาคารจะมีการดำเนินการแจ้งความกับบริษัทเมก้า แพลนเนต ในข้อหาทำผิดสัญญา หรือประมาทเลินเล่อ จนทำให้เกิดความเสียหาย ก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ส่วนที่บริษัทเมก้า ซึ่งได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าเป็นผู้เข้าไปเปลี่ยนระบบป้องกันอัคคีภัยจากเดิมระบบไพโรเจน เป็นไนโตรเจนนั้น ถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ เบื้องต้นทางบริษัทเมก้า ได้ให้การภาคเสธ โดยจะขอไปให้การในชั้นศาลและจะมาให้การภายหลัง ซึ่งเป็นสิทธิของเค้า สำหรับในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์เอง ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะดำเนินคดีในข้อหาประมาทร่วมได้ โดยขณะนี้ได้ทำการสอบสวนคนกลาง หรือวิศวกรรมผู้รู้เกี่ยวกับระบบไพโรเจน และไนโตรเจน ว่ามีการทำงานและมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร ซึ่งจะนำการสอบสวนทั้งหมดเข้าไปไว้ในสำนวนการสอบสวน
ในส่วนของการปิดระบบ ก่อนคนงานจะเข้าไปทำงานนั้น เป็นหน้าที่ของบริษัทเมก้า แพลนเนต ที่ต้องดูแล และคอยประสานงานกับทางธนาคาร ว่ามีการปิดระบบหรือยัง ก่อนที่จะเข้าทำงาน เพราะได้รับการว่าจ้างแล้ว ก็ควรที่จะตรวจสอบก่อนการทำงานทุกครั้ง แต่ก็ต้องตรวจสอบสัญญาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ตำรวจดำเนินคดีตามหลักยุติธรรม ถูกต้อง สุจริต โดยยึดหลักพยานหลักฐานให้ชัดเจนและแน่นหนา ก่อนขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งบุคคลและนิติบุคคล กรรมการผู้มีอำนาจ ทุกคนที่เกี่ยวข้องและมีส่วนรับผิดชอบ ซึ่งมีอีกหลายบริษัท
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติมในวันนี้ ได้พบหลักฐานสำคัญที่จะสามารถเชื่อมโยงกับคำให้การของพยานที่อยู่ในสำนวน เช่นการขุดเจาะพื้นที่ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น 2-3 นาที เพื่อให้อพยพคนออก แต่จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ คนงานส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทำตามข้อปฏิบัติตาม ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย


