"พีระศักดิ์"นำทีมสนช.ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นเมืองหม้อแกง ด้าน"อลงกรณ์" โต้นักการเมืองเปิดตาดู งานปฏิรูปคืบอื้อ ยันไม่สืบทอดอำนาจ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จ.เพชรบุรี คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. คนที่ 2 นพ.เจตน์ ศิริธรานนท์ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.ท.ชัยยุทธ พร้อมสุข นายสนิท อักษรแก้ว นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นต้น พร้อมด้วย ตัวแทน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 และ นายคำนูณ สิทธิสมาน รองเลขานุการและโฆษกวิปสปท. และ นายวรพันธ์ เย็นทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่จ.เพชรบุรี เพื่อรับฟังปัญหาตามโครงการ “สนช.พบประชาชน” โดยมีนายสนิท ขาวสะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆในจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายสนิท ได้กล่าวสรุปปัญหาในจังหวัดเพรชบุรี อาทิ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลกว่า 22.13 กม.โดยมีพื้นที่ถูกกัดเซาะเฉลี่ยปีละ 3-5 เมตร ปัญหาประมง ปัญหาขยะมูลฝอย ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยจังหวัดเพชรบุรีมีขยะสะสมอยู่ในลำดับที่ 7 ของประเทศ ปํญหาการท่องเที่ยว ปัญหาการคมนาคมทั้งการขนส่งสินค้าการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวซึ่งสภาพทรุดโทรม ปัญหาภัยแล้ง
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตนขอส่งข่าวไปยังพรรคการเมืองที่ออกมาพูดว่าไม่เห็นมีการปฏิรูปอะไรเลย ขอให้เปิดหูเปิดตา เพราะการปฏิรูปเดินหน้าไปได้มากแล้วโดยสปท.ได้ส่งรายการปฏิรูปไปครม. 8 เรื่องซึ่งครม.ได้เห็นชอบไปแล้ว และกำลังดำเนินการอีกจำนวนมาก และได้มีการแก้ปัญหาก่อนวิกฤตก่อนวิกฤต 22 พฤษภาคม 2557 อีกด้วย ทั้งนี้ ไม่มีใครให้เกิดการรัฐประหาร แต่ที่จำเป็นต้องมีเพราะบ้านเมืองในขณะนี้กำลังจะเกิดสงครามการเมืองอยู่แล้ว เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องสร้างการปฏิรูปให้เกิดขึ้น ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาได้ปฏิรูปและพัฒนาไปมาก ติดอันดับโลกหลายเรื่อง โดยยึดนโยบายมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้รัฐบาลยังได้กำหนดให้มีการยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี เพื่อการปฏิรูปประเทศในระยะยาว ไม่ใช้เป็นสืบทอดอำนาจอย่างที่ฝ่ายการเมืองระบุ แต่เป้าหมายคือการสืบทอดภารกิจการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการรับฟังปัญหาจากส่วนราชการ นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ประธานชมรมอบต.จ.เพชรบุรี ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อนายพีระศักดิ์ และนายอลงกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าข้อเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ขนาดและรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งในระดับพื้นที่ เกิดกลุ่มการเมืองระดับพื้นที่เพิ่มขึ้น แบ่งแยกประชาชน เกิดปัญหาความขัดแย้งในระดับองค์กร ไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่สามารถทำให้การบริหารที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านความใกล้ชิดประชาชนคงอยู่ได้





