สนช.ผ่านกฎหมายวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ ใช้ระบบไต่สวนแทนระบบกล่าวหา ไม่นับอายุความหากหลบหนีระหว่างการดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วโดยมีสาระสำคัญ คือ กำหนดคำนิยามคำว่า“คดีค้ามนุษย์”ให้หมายความว่า คดีที่ข้อหาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะมีข้อหาความผิดอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงคดีที่อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีที่อยู่ในศาลเยาวชนและครอบครัวกำหนดให้วิธีพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว กำหนดให้การสั่งปล่อยชั่วคราว จะต้องกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการหลบหนีและภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอย่างเพียงพอ
และในกรณีที่เป็นคำสั่งของศาลหากมีการสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือ อุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่ว คราว ให้ศาลมีอำนาจกำหนดเจ้าพนักงานหรือบุคคลซึ่งจะต้องรับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งได้ด้วย ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา98มาใช้บังคับ และกำหนดให้จัดตั้งแผนกคดีค้ามนุษย์ขึ้นในศาลอุทธรณ์ โดยให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีค้ามนุษย์ที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ
ทั้งนี้ในบทเฉพาะกาล ได้บัญญัติให้บรรดาคดีค้ามนุษย์ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ศาลที่คดีนั้นค้างพิจารณาอยู่คงมีอำนาจพิจารณา พิพากษาต่อไป และให้นำกฎหมายซึ่งบังคับใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้มาใช้ บังคับจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาชิกได้สอบถามในส่วนของคดีที่จะเข้าข่ายการพิจารณาตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้และวิธีการ พิจารณาในระบบการไต่สวนแตกต่างจากระบบการกล่าวหาอย่างไรซึ่งหลังจากพิจารณาจนจบร่างแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน143เสียง งดออกเสียง5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับต่อการป้องกันและปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์และยังเป็นผลในการพิจารณาการอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งฝ่ายบริหารหรือครม.ต้องรายงานผลการดำเนินการของไทยในเดือนนี้ และร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม


