วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฝ่ายบริหารปราบทุจริต

สนช.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฝ่ายบริหารปราบทุจริตฯ ปรับฐานะป.ป.ท.ไม่สังกัดสำนักนายกฯ เพิ่มอำนาจ เลขาป.ป.ท.ไต่สวนข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 เป็นประธาน  โดยได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ.. ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว  ซึ่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญคือ การปรับโครงสร้างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีฐานะเป็นส่วนราชการระดับกรมที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง เพื่อให้มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน กำหนดให้เลขาธิการป.ป.ท. พนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐของป.ป.ท.ช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ท.ให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้ง ในการหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้กระบวนการไต่สวนคดีมีความรวดเร็วขึ้นอีกด้วย และให้อำนาจเลขาป.ป.ท.มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป.ป.ท.และสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาได้  

นอกจากนี้ยังปรับการได้มาของคณะกรรมการป.ป.ท.โดยกำหนดให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)เสนอชื่อบุคคลเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ท. องค์กรละ 5 คน รวม 15 คน จากนั้นให้คณะกรรมการคัดเลือก ที่ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน คัดเลือกให้ได้คณะกรรมการ ป.ป.ท. จำนวน 5 คน ที่จะพ้นจากวาระดำรงตำแหน่งเมื่ออายุครบ 75 ปี 

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเรียงลำดับรายมาตรา ซึ่งส่วนใหญ่คณะกรรมาธิการฯได้มีการเพิ่มเติมข้อความใหม่ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวโดยสมาชิกเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ไข และได้ลงมติเห็นขอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน  168 เสียง งดออกเสียง  5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป