วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์'ทักษิณ'พูด! เทียบทักษิโณมิกส์กับเศรษฐศาสตร์อ.ป๋วย?

รองคณบดีฯ ม.รังสิต วิเคราะห์ "ทักษิณ" พูด พร้อมเปรียบเทียบ "ทักษิโณมิกส์" กับ "เศรษฐศาสตร์แบบอ.ป๋วย"

เพจเฟซบุ๊คของนายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต โพสต์ข้อความระบุว่า ทักษิโณมิกส์กับเศรษฐศาสตร์แบบอ.ป๋วย

อ่านบทปาฐกถาของนายทักษิณ ชินวัตร ที่สถาบันนโยบายโลก (World Policy Institute) 9 มี.ค. 2559, มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาล่าสุด

การพูดครั้งนี้ดูเหมือนทำการบ้านมามากกว่าทุกครั้ง เนื้อหาในภาพรวมทักษิณได้เน้นย้ำถึงพลวัตทางเศรษฐกิจโลกที่มีสหรัฐฯและจีนเป็นศูนย์กลาง และได้สาธยายให้เห็นถึงการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเศรษฐกิจระดับโลก ที่ทักษิณเรียกว่า "เศรษฐกิจแบบเครือข่าย" และโดยเฉพาะบทบาทของอีคอมเมิร์ช ที่เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในศตวรรษใหม่

และจากนั้นทักษิณได้ตั้งคำถามต่อสังคมไทยว่าเราจะอยู่รอดได้อย่างไร ภายใต้ความท้าทายเช่นนี้ โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่อรับมือกับนวัตกรรมการค้าการลงทุนที่ไทยมีความได้เปรียบทั้งทางภูมิเศรษฐศาตร์ (Geo-Economics) และภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-Politics) ในช่วงท้ายๆ หนีไม่พ้นที่ทักษิณได้วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ คสช. ที่ดูเหมือนสวนทางกับกระแสโลกและจะทำให้ไทยล้าหลังสูญเสียโอกาสมากมายจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกใบนี้

ทักษิณพยายามจะบอกว่าเขาเป็นผู้นำที่เข้าใจและตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่สิ่งที่ทักษิณไม่ได้พูดถึงและแทบจะไม่ค่อยได้ยินเลยคือการพูดถึงต้นทุนและจุดแข็งของสังคมไทยในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เราถูกขนาบข้างด้วยสหรัฐฯและจีน พยายามแต่จะกระตุ้นให้ไทยต้องวิ่งตาม วิ่งแข่งกับโลกกับคนอื่นตลอดเวลา แต่ไม่เคยคิดแข่งกับตัวเองหรือพึ่งตัวเอง เเศรษฐกิจแบบทักษิณจึงหนีไม่พ้นต้องพึ่งพาต่างชาติตลอดเวลา

ไม่คิดพึ่งพาตัวเองหรือพึ่งพิงเศรษฐกิจภายในประเทศ วิธีคิดแบบนี้มิใช่แค่ทักษิณเท่านั้น นักเศรษฐศาสตร์ไทยส่วนใหญ่ก็อยู่ในสำนักคิดนี้ จึงเห็นบ่อยครั้งที่เวลาสหรัฐฯทรุด เราก็วิ่งซบจีน เวลาจีนถดถอย เราก็แบกหน้าหาสหรัฐฯ จนลืมสร้างเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง ก่อนไปวิ่งแข่งกับมหาอำนาจ

แนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบทักษิณ จึงสวนทางโดยสิ้นเชิงกับเศรษฐศาตร์ของ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ หรือแม้แต่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง แน่นอนโลกเปลี่ยนเราต้องปรับ แต่ไม่จำเป็นที่โลกเปลี่ยนเราต้องเปลี่ยนตามทุกๆเรื่องเสมอไป และคุณสมบัติของผู้นำ (Leadership) การเปลี่ยนแปลงที่ชาญฉลาดที่สุดคือ ใครได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้นคนหยิบมือเดียวหรือคนทั่วไป

ถ้าคุณทักษิณมีเวลาควรหาข้อเขียน "จากครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอน" ของ อ.ป๋วย มาอ่าน จะเข้าใจถึงเศรษฐศาสตร์การพัฒนาทางเลือกและจะเป็นทางรอดของสังคมไทยได้จริง เพราะเป็นการพัฒนาที่ทั่วถึงและเป็นธรรม และเห็นความแตกต่างระหว่างประชานิยม (Populist) กับสวัสดิการนิยม (Socisl welfare) ไม่ต้องอ้างหรือเดินตามฝรั่งทุกเรื่องไป และจะได้พบทางสว่างว่าคุณค่าแบบไหนที่เศษฐกิจโลกในศตวรรษใหม่ต้องคำนึงถึงและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ความท้าทายที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่แค่กับสังคมไทยที่ต้องอยู่รอดได้อย่างไร ในสภาวะโลกใบใหม่แบบนี้เท่านั้น หากแต่ก็ท้าทายวิธีคิดทักษิณเช่นกันว่า หมดยุคเศรษฐกิจแบบทักษิโณมิกส์ (Thaksinomics) แล้วหรือยัง เพราะไม่ใช่คำตอบของการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืนจริง...