วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นำข้อเสนอมตช.ให้ 'ดาว์พงษ์' เลิกจับสลากต้องรอบด้าน

ปลัด ศธ.เตรียมนำข้อเสนอ มตช.เสนอ “ดาว์พงษ์” เผยหลายข้อเสนอน่าสนใจ ชี้เสนอยกเลิกจับสลากต้องดูรอบด้าน ระบุมาตรฐานแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (มตช.) ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บเงิน หรือ แป๊ะเจี๊ยะ ว่าได้รับข้อเสนอดังกล่าวจากทาง มตช.แล้ว ซึ่งมีความเข้าใจที่ตรงกันตามที่เคยได้หารือไปครั้งก่อน จากนี้จะได้นำเสนอให้พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จากที่ดูประเด็นที่เสนอมาพบว่าหลายประเด็นน่าสนใจ แต่ข้อเสนอของมตช.อาจจะมองในมุมของการป้องกันปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเพียงมิติเดียว ยังขาดมิติด้านสังคม

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้ยกเลิกการจับสลากทิ้ง ตรงนี้อาจจะต้องมาดูส่วนหนึ่งเพราะมาตรฐานโรงเรียนแต่ละแห่งไม่เท่ากัน การให้ประกาศคะแนนสอบทุกวิชาตามลำดับคะแนนที่ได้ ลำดับตัวสำรอง ประกาศรายชื่อสละสิทธิ์ และเลื่อนลำดับคะแนนถัดไปขึ้นมา เป็นต้น ทั้งหมดต้องมาดูถึงเหตุผล เพราะเดิมเป้าหมายที่ให้มีการจับสลากเพื่อดูแลเด็กที่เรียนไม่เก่ง ให้ได้รับโอกาสเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้วย ซึ่งต้องมีวิธีการดูแลเด็กเหล่านี้ที่ดี และวิธีการพิจารณาที่ถือว่าโปร่งใสที่สุดคือ การจับสลาก 

สำหรับข้อเสนอที่ให้รัฐบาลรับผิดชอบ เงินบำรุงการศึกษาโดยให้มีการจัดเก็บภาษีการศึกษานั้น ก็ต้องมาหากลไกสนับสนุนงบประมาณด้วย เพราะที่ผ่านมางบประมาณไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ จึงเป็นช่องทางใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ แต่คำถามคือ ต้องใช้งบเท่าไรจึงจะเพียงพอ ซึ่งต้องมาช่วยกันคิด หาทางออกร่วมกัน

 “ปัญหาในศธ. มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่น การแก้ไขปัญหาทั้งหมด ต้องดูทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ด้วยว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ที่ผ่านมาหลายฝ่ายสนับสนุนให้กระจายอำนาจแต่ก็ต้องกระจายไปพร้อมกับความรับผิดชอบด้วย รวมทั้งต้องรอดูผลการดำเนินโครงการประชารัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือ ของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอชน ในการเข้ามาช่วยจัดการศึกษา หากสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ก็เชื่อว่าปัญหาทุจริตคอรัปชั่นต่าง ๆ จะลดลง”รศ.นพ.กำจร กล่าว

ด้าน นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า หลักการของการจับสลาก คือให้โอกาสเด็กในพื้นที่บริการ ซึ่งที่ผ่านมาจะมีการจับสลากเฉพาะในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 282 โรงเรียนทั่วประเทศ แต่วันนี้ อัตราการเกิดลดลง ประชากรในวัยเรียนจึงลดลง ทำให้เด็กในพื้นที่บริการก็ลดลง และที่ผ่านมาโรงเรียนส่วนใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการจับสลากแล้ว เพราะเด็กในพื้นที่บริการลดลง ไม่เกินจำนวนรับเด็กได้เข้าเรียนโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้หลายโรงเรียนไปเพิ่มสัดส่วนการสอบแข่งขันมากขึ้น

โดยปัจจุบันเหลือโรงเรียนที่ใช้วิธีการจับฉลากในพื้นที่บริการ 18 โรงเท่านั้น ในพื้นที่กรุงเทพฯ 5 โรงเรียน คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และในต่างจังหวัดอีก 13 โรงเรียน ซึ่งถือว่าเหลืออีกไม่มาก 

ดังนั้น จับสลากเข้าเรียนจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้ว แต่เมื่อมีข้อเสนอมาให้ยกเลิกก็ยินดีนำไป เสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)พิจารณา แต่สุดท้ายก็ต้องสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการสถานศึกษา และฟังเสียงประชาชนด้วย ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกการรับเด็กกรณีเงื่อนไขพิเศษต่าง ๆ อาทิ กรณีมีข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน การบริจาคที่ดิน เป็นต้น ต้องไปพิจารณาข้อตกลงเบื้องต้นของผู้บริจาคที่ดินด้วย รวมถึงต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของกพฐ. และรับฟังความเห็นจากประชาชนเช่นกัน