วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ย้ำเลือกตั้งในปี60 ให้สนช.คิดคำถามในบัตรประชามติ

อินไซด์แม่น้ำ 4 สาย "ประยุทธ์"ย้ำเลือกตั้งในปี 60 ให้สนช.คิดคำถามแถมในบัตรประชามติ แต่อย่าตั้งคำถามเรียกแขกให้คนเขียนด่าในบัตร

รายงานข่าวจากที่ประชุมหน่วยงานแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) คณะรัฐมนตรี(ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุม ได้มีการหารือกันใน 2 เรื่อง โดยวาระแรกเป็นการติดตามงานของแม่น้ำทั้ง 4 สาย ว่าใครทำอะไรไปถึงไหนแล้วบ้างเพราะเวลาการทำงานก็น้อยลงทุกที ซึ่งพลเอกประยุทธ์ก็ต้องการให้แม่น้ำทั้ง 4 สาย และ5สาย รวมกรรมาการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ที่ไม่ได้มาประชุมด้วย ทำให้สอดรับสอดคล้องกัน ให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้

วาระที่สอง เป็นการซักซ้อมความเข้าใจให้ตรงกันถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ครม.และคสช.ได้มีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปแล้ว ที่มีการชี้แจงถึงการลดวงเงินการทำประชามติลง ที่การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ 80% นั้นสามารถทำได้หลายช่องทางไม่จำเป็นต้องพิมพ์เป็นเล่มให้กับทุกครัวเรือน เพราะสามารถนำไปลงเว็บไซต์ ลงโฆษณาหนังสือพิมพ์ก็ได้ หรือแจกตามศูนย์กลางชุมชน ก็ได้ รวมถึงชี้แจงถึงการนับคะแนนนับอย่างไร

"รวมทั้งมีการพูดถึงการเพิ่มคำถามแถมในบัตรลงประชามติ ที่จะตั้งคำถามอย่างไรก็แล้วแต่ ให้เป็นเรื่องของสนช. ที่จะตั้งคำถามได้ 1 คำถามเท่านั้น ซึ่งสปท.ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามเหมือนกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพราะครั้งนี้สปท.ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในการร่างรัฐธรรมนูญเหมือนสปช. และนอกจากนี้ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าขอว่าอย่าให้เป็นคำถามที่ประชาชนอ่านแล้วทำให้คนเกิดอารมณ์จนเขียนข้อความด่าแทนการกาในช่องลงคะแนนในบัตรลงคะแนนให้เลอะเทอะวุ่นวาย ขอให้เป็นคำถามที่เข้าใจได้ชัดเจนโดยง่ายเพื่อให้เขากาได้ว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นพอ"  

รายงานข่าวระบุอีกว่า พลเอกประยุทธ์ยังกล่าวย้ำกลางที่ประชุมแม่น้ำ4สายด้วยอีกว่าสิ่งที่เคยคุยกับสังคมและประชาคมโลกไว้อย่างไรในเรื่องของการเลือกตั้งยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2560 แน่นอน และยืนยันว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ปัญหาของประเทศที่คนไทยเผชิญมาทั้งหมดต้องมีอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าการปฏิรูปจำไม่ทำให้ปัญหาวนเวียนกลับมาอีก  

"และในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้รัฐบาลใหม่เขารู้สึกว่าเขามีข้อจำกัด เพราะยุทธศาสตร์ที่วางไว้เป็นเรื่องที่ดีงาม เช่น ระบบการศึกษาต้องแก้ไขภายในกี่ปีอย่างไร ก็ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและทำให้เป็นรูปธรรม รัฐบาลที่มาใหม่จะมีนโยบายยังไงก็ได้แต่ต้องเป็นไปตามเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาเราเจอการคิดต่างในการปฏิรูปมาแล้ว เพราะยึดแค่หลักของการประชานิยมจนทำให้การปฏิรูปการศึกษาสะดุด"