“เจิง หยาง” รับสารภาพเป็นหน.แก๊งปล้นปืน อ้างปล้นปืนขายประเทศจีน ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อเค้นสอบต่อไป-ยังไม่พบคนไทยเกี่ยวข้อง
ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 มีนาคม เจ้าหน้าที่ได้พานายเจิ้ง หยางเข้าสอบปากคำ โดยทางพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผบก.น.6 และพนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์เดินทางมาสอบปากคำ โดยหลังจากสอบปากคำกว่า 5 ชั่วโมง
โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายเจิ้ง หยางให้การรับสารภาพว่าเป็นหัวหน้าทีมของแก๊งนี้ โดยมีนายกหม่า เกิงเป็นรองหัวหน้าชุด และได้หาลูกทีมที่เหลือ 3 คนว่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท ซึ่งทางลูกทีม 3 คนนั้นก็ไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่งที่ประเทศจีนแต่อย่างใดจึงตกลงมาทำงานดังกล่าว โดยสัญญาว่าหลังจากก่อเหตุก็จะพาไปเที่ยวที่จ.ภูเก็ต เพื่อรอให้เรื่องเงียบก่อนจึงค่อยเดินทางกลับประเทศจีน
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายเจิ้ง หยางกับทางผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เมื่อวานนี้ ยังให้การกันคนละแบบ ซึ่งทางตำรวจต้องนำข้อมูลที่ได้มาผสมกันไป ขณะนี้มุ่งประเด็นว่า ทำไมถึงก่อเหตุและก่อเหตุเพื่อวัตถุประสงค์ใด จากการสอบปากคำก็ได้ข้อสรุป และเจ้าหน้าที่ต้องไปหาเหตุผลและหลักฐานมาสนับสนุนผลจากการสอบปากคำของนายเจิ้ง หยางและตรวจสอบสถานที่ซึ่งนายเจิ้ง หยางให้การไว้เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัยในคดี และขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไทยเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องตรวจสอบว่าคนจีนชื่อ นายซูซูมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่ เพราะนายเจิ้ง หยางให้การว่า มีหน้าที่ไปหาซื้อวิทยุสื่อสาร โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าตอนนี้ยังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาดูว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาอย่างไร
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือการก่อความไม่เรียบร้อย เป็นการกระทำผิดเฉพาะตัว เป้าหมายประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น ยังไม่พบว่ามีแนวโน้มในการก่อเหตุเอาชีวิต อีกทั้งทางสถานทูตจีนได้ให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่เคยมีประวัติการกระทำผิดมาก่อน แต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงก่อเหตุลักษณะนี้ ตอนนี้ก็พยายามสอบปากคำนายเจิ้ง หยางให้ได้ข้อมูลมากที่สุด ซึ่งนายเจิ้ง หยางให้การว่า ก่อเหตุปล้นปืนเพื่อนำปืนกลับไปขายที่ประเทศจีน โดยไม่ได้วางเป้าหมายว่าจะได้กี่กระบอก แต่จะต้องปล้นให้ได้เยอะที่สุด หากได้มา 10 กระบอกก็จะแบ่งกันคนละ 2 กระบอก เนื่องจากที่ประเทศจีนไม่อนุญาตให้ครอบครองอาวุธปืน มีราคาหลักแสน จึงต้องหาอาวุธปืนไปขายที่ประเทศจีน ซึ่งการให้ปากคำของนายเจิ้ง หยาง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบดูวิธีการซื้อขายอาวุธปืนในประเทศจีนผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยให้นายเจิ้ง หยางสาธิตให้ดู ซึ่งนายเจิ้ง หยางก็แสดงวิธีการซื้อขายอาวุธปืนให้เจ้าหน้าที่ชม ซึ่งก็ดูมีเหตุมีผล แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อต้องสอบปากคำและหาพยานหลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้ง
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเมื่อวานนี้ให้การว่า จะปล้นอาวุธปืนไปก่อเหตุในพื้นที่จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และพัทยา โดยก่อเหตุเพื่อเอาเงินประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าที่ไหนอย่างไร และจากการสอบปากคำผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับกุมได้เมื่อวานนี้ ไม่ได้ให้การซักทอดนายซูซู ซึ่งเชื่อว่านายซูซูอาจจะรู้จักกับนายเจิ้ง หยางและมีความเกี่ยวข้องกันเพียง 2 คน สำหรับพาหนะที่ใช้ก่อเหตุนั้น มีการเช่ามาจากพัทยาและมาขโมยป้ายทะเบียนเปลี่ยนใส่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับอาวุธปืนบีบีกันนั้น นายเจิ้ง หยางกับนายม่า เกิงเป็นคนจัดหา เชื่อว่าน่าจะหาซื้อจากกรุงเทพฯ โดยตอนนี้ต้องรอสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดก่อนแล้วมาสรุปผลอีกที ซึ่งพรุ่งนี้(6 มีนาคม) คาดว่าจะนำตัวนายเจิ้ง หยางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป





