โบรกเกอร์ มองแนวโน้มทองคำพักฐานระยะสั้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดีขึ้น ขณะราคาน้ำมันส่อรีบาวด์
นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำว่า ราคาทองคำเริ่มย่อตัวลงหลังสหรัฐรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากรายงานตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2550 บวกกับรายงานตัวเลขดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐมีการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.พ. มาที่ระดับ 49.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558
ราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังรัสเซียระบุว่า ใกล้มีการบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการจำกัดการผลิตน้ำมันขณะที่รัสเซียเผยจะไม่เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในปีนี้เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
ธนาคารกลางจีนปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์(RRR) ลง 0.5% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินและกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศทำให้นักลงทุนย้ายการลงทุนจากทองคำมาที่ตลาดหุ้น
ส่วนการรายงานอัตราเงินเฟ้อระยะยาวของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นสองเท่าในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.3% ซึ่งขยับเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของเฟด รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ทำให้มีกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฟดจะมีการประชุมอีกครั้งช่วงวันที่ 15-16 มี.ค.
ยูโรสแตทรายงานอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ที่ระดับ -0.2% ในเดือนก.พ. ทำให้มีการคาดการณ์ว่า อีซีบี (ECB) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมนโยบายในวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งจะมีผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
แนวโน้มราคาทองคำโลกด้านเทคนิคว่าราคาทองยังอยู่ในช่วงพักฐานออกข้าง แต่เริ่มมีแรงกดดันการพักตัวลงเกิดขึ้นหลังราคาไม่สามารถผ่านยืนแนวต้านจุดสูงเดิมเพื่อสร้างแนวขึ้นรอบใหม่ ขณะที่ราคาเริ่มปรับลงมาต่ำกว่าแนวรับเส้น 5 วันอีกครั้ง ด้วยแนวเรียงตัวแท่งเทียนที่เป็นลบมากขึ้น บวกค่าสัญญาณ RSI เริ่มปรับลงจากสัญญาณ BEARISH DIVERGENCE ทำให้ราคามีโอกาสปรับลงรอบใหม่
ทั้งนี้ ให้แนวรับ 1,190-1,185 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้าน1,260-1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 16.4 ดอลลาร์ หรือ 1.32% แตะที่ 1,258.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ.ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ผลการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรอาจจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 151,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ขณะที่คาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2551





