สนช.ผ่านร่าง กม.คุมการขอทาน คุ้มครองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สนช.ผ่านร่าง กม.คุมการขอทาน คุ้มครองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ขอทาน เฮ! สนช.ผ่านร่าง กม.คุมการขอทาน คุ้มครองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ....ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ จัดระเบียบเกี่ยวกับการสงเคราะห์ผู้ที่ทำการขอทาน การควบคุมการขอทานและแยกผู้ซึ่งแสดงความสามารถออกจากการเป็นผู้ซึ่งทำการขอทาน ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมการขอทานมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน โดยมีหน้าที่เสนอนโยบาย มาตรการควบคุมการขอทาน แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา และดำเนินการกับผู้แสวงหาผลประโยชน์จากการขอทาน ห้ามมิให้บุคคลใดทำการขอทาน โดยระบุลักษณะที่ถือว่าเป็นการขอทาน เช่น การขอเงินหรือทรัพย์สิน การกระทำใดให้ผู้อื่นเกิดความสงสารและส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินให้ รวมถึงไม่ให้มีการแสดงในที่สาธารณะ โดยขอรับทรัพย์สินตามผู้ฟังสมัครใจ ซึ่งการเล่นดนตรีในที่สาธารณะ ต้องมีการขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานในท้องถิ่นนั้นก่อน และกฎกระทรวงต้องมีการกำหนดพื้นที่ในการแสดงนอกจากนี้ยังกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ใช้บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน ยุยงส่งเสริม กระทำด้วยวิธีการใดให้ผู้อื่นขอทานหรือนำบุคคลอื่นเป็นประโยชน์ต่อการขอทาน ของตนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากนั้นได้พิจารณาเรียงลำดับรายมาตราในวาระ 2 โดยน.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ได้อภิปรายตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงแก้ไขคำว่า “สงเคราะห์” เป็นคำว่า “คุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต” ไม่ใช้คำว่า “ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต” แทน เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งนายมณเฑียร บุญตัน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า กรมดังกล่าวทำหน้าที่ดูแลเฉพาะคนพิการ ส่วนคนขอทานจะอยู่ในการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะมีหน้าที่ช่วยเหลือและอำนวยการการปฏิบัติ งานของคณะกรรมการควบคุมการขอทาน ในการคัดกรองบุคคลที่ทำการขอทานในกรณีที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ที่ต้องส่งไปดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะต่อไป ซึ่งภายหลังพิจารณาจนจบครบทุกมาตราแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติวาระ 3 เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.....ด้วยคะแนน 178 ต่อ 2 งดออกเสียง 7 เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงภายหลังว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญของกลุ่มผู้พิการและผู้มีความสามารถในการแสดงออกในที่สาธารณะ ซึ่งเฝ้ารอมานานถึง 75 ปี และเป็นกฎหมายหนึ่งใน 3 ฉบับที่สนช.เสนอ โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะจำแนกกลุ่มขอทานเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มขอทาน และกลุ่มวณิพกหรือศิลปินเปิดหมวกให้ชัดเจน และดำเนินการกับผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากการขอทาน หลังจากนี้จะมีเวลา 90 วันที่จะไปดำเนินการออกระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการฯได้พิจารณาไปบางส่วนแล้ว และเตรียมส่งกลับไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อพิจารณา หลังจากนั้น บุคคลที่เป็นขอทานต้องการลงทะเบียนเป็นวณิพก ก็สามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ซึ่งจะมีบัตรวณิพกที่สามารถประกอบอาชีพได้ และหลังจากที่พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้จัดมหกรรมวณิพก ขึ้นที่รัฐสภา