ศาลตัดสินยกฟ้อง"พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก"ไม่ผิดหมิ่น ให้สัมภาษณ์ถึง "พล.ต.อ.สมยศ" ปี 56 ศาลชี้เป็นบทสัมภาษณ์รักษาสิทธิประโยชน์ทางคดี
ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 4 มี.ค.59 เวลา 09.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1396/2556ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326 , 328
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 11 เม.ย.56 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า วันที่ 20 – 25 ม.ค.56 พล.ต.ท.ชัจจ์ จำเลย ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 25 ม.ค.56 และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยมีเจตนาให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี และใช้อำนาจในทางที่ผิด ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาลงใน นสพ.คม ชัด ลึก และ นสพ.ผู้จัดการด้วย ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้
โดยศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานที่โจทก์ – จำเลยนำสืบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์รับราชการตำรวจ ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ส่วน จำเลย เป็น รมช.มหาดไทย โดยวันที่ 5 มี.ค.53 นางวิมลรัตน์ กุลดิลก ภรรยาของจำเลย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง โจทก์กับพวกรวม 10 คน ต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำ 830/2553 เพื่อขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นบริษัท แอสเซ็ทมิลเลี่ยน จำกัด ระหว่างโจทก์กับพวก
ต่อมา จำเลย จึงให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ทำนองว่า มีการใช้ลูกน้องไปทำให้นายโดนัล เอียน แม็คเบล พยานชาวออสเตรเลีย ในคดีเพิกถอนการโอนหุ้น ถูกขึ้นบัญชีห้ามเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และข้อความทำนองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความละโมบของคนบางคนที่ไม่รู้จักพอ
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อความดังกล่าวของจำเลย เป็นการพูดเพื่อปกป้องรักษาสิทธิในทางคดี เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตด้วยความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของตนเอง จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามมาตรา 329 (1) พิพากษาให้ยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟังคำพิพากษาวันนี้ พล.ต.อ.สมยศ อดีต ผบ.ตร. โจทก์ ไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด มีเพียงทนายความที่ได้รับมอบหมายให้มาฟังคำพิพากษา ส่วน พล.ต.ท.ชัจจ์ อดีต รมช.มหาดไทย จำเลย เดินทางมาพร้อมทนายความและผู้ติดตาม ขณะที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ อดีต รมช.มหาดไทย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอบคุณศาลที่พิพากษายกฟ้อง





