วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ยกฟ้อง'บัวขาว' ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายรองปธ.มวยไทยไฟต์

ยกฟ้อง'บัวขาว' ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายรองปธ.มวยไทยไฟต์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง"บัวขาว" ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย"รองประธานมวยไทยไฟต์" สัมภาษณ์ตั้งคำถามชกมวยปาหี่

ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายสมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว นักมวยไทยไฟต์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนพรัตน์ พุทธรัตนมณี รองประธานจัดมวยไทยไฟต์ , บริษัท สปอร์ตอาร์ต จำกัด ผู้จัดศึกไทยไฟต์ , บริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัดและบริษัท ไทยเดย์ ด๊อท คอม จำกัด เป็นจำเลย กรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค.56 นายนพรัตน์ จำเลยที่ 1ในฐานะลูกจ้างของ บจก.ไทยอาร์ต จำเลยที่ 2 หมิ่นประมาทโจทก์ต่อบุคคลที่ 3 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ ผ่านสื่อมวลชนซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 และเผยแพร่ข้อความการให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 ทางเว๊ปไซด์ผู้จัดการออนไลน์ทำนองว่าโจทก์ขึ้นชกคล้ายปาหี่ ในคอลัมภ์ MGR SPORT ขอศาลบังคับให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวม 100 ล้านบาท ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องบริษัทเอเอสทีวี จำเลยที่ 3 และบริษัทไทยเดย์ฯ จำเลยร่วมคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ต่อมา โจทก์ยื่นอุทธรณ์  

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามเนื้อความของการสัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 นั้นเป็นการให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ว่า “อยากถามแฟนมวยว่า ที่โจทก์อ้างว่าตนขึ้นชกคล้ายปาหี่นั้น เป็นการสร้างสรรค์หรือทำลายวงการหรือไม่ เนื่องจากกีฬามวยเป็นกีฬาสุภาพบุรุษสู้กันจริงๆประชาชนคงได้เห็นแล้วว่า การชกดังกล่าวเป็นอย่างไร ส่วนตัวเองนั้นมองว่าเป็นการปาหี่ไม่มีใครทำแบบนั้น” เป็นการกล่าวไปในลักษณะแสดงความคิดเห็นตามข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่ดุหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่านายนพรัตน์ รองประธานจัดมวยไทยไฟต์และบริษัท สปอร์ตอาร์ต จำเลยที่ 1 และ 2 ร่วมกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน