วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจ้งข้อหาอดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่น ลักทรัพย์นายจ้าง2มีค.นี้

"ดีเอสไอ" นัดเข้าเรือนจำแจ้งข้อกล่าวหาอดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น ลักทรัพย์นายจ้าง 2มีค.นี้ พร้อมทำผังแยกรายชื่อผู้รับเช็คเป็นรายคน

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่าในวันที่2มี.ค.นี้ เวลา09.00น. พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คดีลักทรัพย์นายจ้างกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ที่ร่วมกับพวกรวม4คน กระทำผิดโดยเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ตามที่อัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอดำเนินการ เมื่อวันที่ 29ม.ค. ที่ผ่านมา

ส่วนการสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินหรือรับของโจรกับกลุ่มที่มีชื่อรับเช็ค878ฉบับ มูลค่ารวมกว่า6,000ล้านบาท จากนายศุภชัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนผังแยกรายละเอียดย่อยเป็นรายกลุ่มเพื่อตรวจสอบลงลึกรายคน ว่าแต่ละคนที่รับเช็คเป็นใครบ้างได้รับเช็คเลขที่เท่าใดจำนวนเท่าใด และรับไปในวันใดบ้าง ซึ่งเป็นรูปแบบคล้ายแผนผังตรวจสอบคดีฟอกเงิน ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มกฤษดามหานคร เพราะเดิมมีการทำแผนผังแสดงว่าใคร เป็นผู้รับเช็คบ้างเท่านั้น ทำให้ต้องอาจใช้เวลาพอสมควรในการสอบสวนประเด็นรายละเอียดเป็นรายคน ซึ่งเช็คบางฉบับเป็นการชำระเงินที่มีมูลหนี้กันจริง เช่นค่าซ่อมอาคารยูทาวเวอร์หลังแจกแจงรายละเอียดรายคนได้แล้ว จึงจะสรุปได้ว่าน่าจะเข้าข่ายความผิดใด

 พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ของนายวัชรินทร์ ภานุรัตน์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการ หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดีฟอกเงิน จากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย เนื่องจากมีควาทสนิทสนมกับผู้เกี่ยวข้องในคดีและเตรียมทำหนังสือคัดค้านการทำหน้าที่ ว่าที่ประชุมยังไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่หากมีการยื่นหนังสือเข้ามาก็คงต้องพิจารณาตามขั้นตอน แต่ยืนยันว่าการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนมีการร่วมกันทำงาน ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่ต้องมีอัยการร่วมสอบด้วย

อย่างไรก็ตาม อัยการดังกล่าวเป็นเพียงอัยการร่วมสอบ ไม่ใช่ผู้สั่งคดีเพราะเป็นหน้าที่ของอัยการคดีพิเศษ ซึ่งในการพิจารณาคดีดังกล่าวมีอัยการร่วมสอบรวม3คน และมีเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ร่วมเป็นที่ปรึกษา