"พล.อ.อ.ประจิน" มอบโล่เกียรติยศให้แก่ผลงานวิจัยที่ได้รับเลือกให้เป็นผลงานวิจัยเด่น สกว. 21 ผลงานวิจัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดพีธีมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2558 มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติยศให้แก่ผลงานวิจัยที่ได้รับเลือกให้เป็นผลงานวิจัยเด่น สกว. ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้านประกอบด้วยผลงานวิจัยด้านนโยบายจำนวน 2 ผลงาน ผลงานวิจัยด้านสาธารณะจำนวน 5 ผลงาน ผลงานวิจัยด้านพาณิชย์จำนวน 3 ผลงาน ผลงานวิจัยด้านชุมชนและพื้นที่จำนวน 6 ผลงานและผลงานวิจัยด้านวิชาการจำนวน 5 ผลงานรวมทั้งสิ้น 21 ผลงาน
ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า เกณฑ์ในการคัดเลือกผลงานวิจัยเด่นปีนี้ คือ ต้องเป็นผลงานที่ประสบผลสำเร็จมีผู้ใช้ประโยชน์ และเห็นผลในปีงบประมาณ2558 โดยผลงานสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการที่เกี่ยวข้องหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม หรือนำไปสู่การพัฒนาในวงกว้างดำเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้รวมถึงมีวิธีการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ
ทั้งนี้ ผลงานวิจัยเด่นจะเป็นตัวแบบของการทำงานวิจัยที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ เพื่อยกระดับวงวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าให้แก่ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมตลอดจนการวิจัยเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างสังคมการเรียนรู้ให้กับชุมชนและท้องถิ่นซึ่งการสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในทุกระดับนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี โดยสรุปว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการศึกษาวิจัยทั้งทรัพยากรการวิจัย โครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการพัฒนาระบบวิจัยทุกด้านไปถึงการขับเคลื่อน เนื่องจากความรู้จากงานวิจัยนอกจากจะช่วยเสริมสร้างฐานใหม่ของประเทศแล้ว ยังช่วยเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ อาทิ กระแสการเปิดเศรษฐกิจเสรี การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่ นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
"หนึ่งในแนวทางนั้นก็คือการเพิ่มจำนวนนักวิจัยรุ่นใหม่ 100,000-200,000 คนใน 2 ปี รวมถึงการผลักดันในการนำผลงานวิจัยไปใช้จริงให้ได้อย่างน้อย 85% อีก15% นำไปพัฒนาเพื่อรอการต่อยอดให้ได้อีก10% อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ 5% จากที่ผ่านมาพบว่า งานวิจัยในประเทศ 34,7000 เรื่อง สามารถนำมาใช้จริงได้แค่ 40% ที่เหลือ 60% อยู่บนหิ้ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ฉะนั้นต่อจากนี้ไปนวัตกรรมที่เกิดจากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์จะเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างชาติ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแบบก้าวกระโดด ตามยุทธศาสตร์ของประเทศ"
ที่สำคัญองค์ความรู้ที่ได้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรม ในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูล การบริการจากรัฐให้ประชาชน สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน หน่วยงานวิจัยและนักวิจัยต้องช่วยกันพัฒนางานวิจัยและเครือข่ายให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลาดได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อย่างหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ แต่ต้องเป็นนวัตกรรมที่สามารถที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตามสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการต่อยอดในเชิงพาณิชย์โดยทำให้ครบวงจรและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ
สำหรับผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2558 มีทั้งหมด 21 ผลงานแบ่ง เป็นผลงานวิจัยเด่นด้านนโยบายจำนวน 2 ผลงานได้แก่ 1. แนวทางการพัฒนาพุน้ำร้อนเค็มคลองท่อม จังหวัดกระบี่อย่างยั่งยืน ผศ. ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 2. เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เพื่อพัฒนาศักยภาพการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ดร. นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ผลงานวิจัยเด่นด้านสาธารณะ จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1. การประเมินศักยภาพการเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพด้วยการหมักร่วมและอัตราการทดแทนเชื้อเพลิงไม้ฟืนของสหกรณ์ผลิตยางแผ่นรมควัน รศ. ดร.สุเมธ ไชยประพัทธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2. โครงการวิจัยเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชนที่สามารถช่วยในการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ เด็กพิการทางกายภาพในชนบทที่ห่างไกล ผศ. ดร.ชูจิต ตรีรัตนพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 3. องค์ความรู้พื้นฐานและประยุกต์ของโรคปรสิตและปรสิต ศ. ดร.วันชัย มาลีวงษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4. การพัฒนาต้นแบบการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV อย่างยั่งยืนด้วยการฝากยีนต่อต้านการติดเชื้อ HIV ชนิดพิเศษในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ดร.วรรณนิษา คำอ้ายกวิน และ ศ. ดร.ชัชชัย ตะยาภิวัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5. การขับเคลื่อนการพัฒนาการสหกรณ์และการค้าที่เป็นธรรม รศ.จุฑาทิพย์ ภัทราวาท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ 1. การสร้างสายพันธุ์ไก่เนื้อโคราชเพื่อการผลิตเป็นอาชีพวิสาหกิจชุมชน ผศ. ดร.อมรรัตน์ โมฬี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรุนารี 2. การวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารและการสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ “วิจัยได้...ขายจริง” ผศ. ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 3. โครงการพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีอุตสาหกรรมพลังงานและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการในการแปรสภาพวัสดุชีวมวลทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มเพื่อต่อยอดสู่ระดับอุตสาหกรรม ศ. ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ผลงานวิจัยเด่นด้านชุมชนและพื้นที่ จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ 1. การพัฒนาระบบการสร้างอาชีพการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สู่มาตรฐานฟาร์มและโอกาสทางการเกษตร รศ. ดร.ศิริพร กิรติการกุล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2. การวางแผนจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อความมั่นคงด้านน้ำจังหวัดสมุทรสงคราม นายชิษนุวัฒน์ มณีศรีขำ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม 3.การพัฒนารูปแบบการจัดการทรัพยากรประมงชายฝั่งเพื่อการพึ่งตนเองของชาวประมงพื้นบ้านในตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ผศ. ดร.ชัยรัตน์ จุสปาโล มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
4. รูปแบบการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนในพื้นที่เสี่ยงสูงและต่ำ จังหวัดนครศรีธรรมราช รศ. ดร.จรวย สุวรรณบำรุง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 5. ชุดโครงการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน นายเมธวัฒน์ พุทธิธาดากุล สมาคมคนต้นน้ำ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 6. กระบวนการถอดบทเรียนเพื่อสร้างการเรียนรู้กรณีการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นายคมสัน หลงละเลิง ทีมงานภาคประชาชน
และผลงานวิจัยเด่นด้านวิชาการ จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1. การประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนในการศึกษาสมบัติพิเศษของวัสดุขั้นสูงสำหรับใช้ในเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ ผศ. ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 2. ซิลเทมาติคส์และชีวภูมิศาสตร์ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดิน (หอยทาก กิ้งกือ ตะขาบ และไส้เดือน) และบทบาทในระบบนิเวศเชิงเกษตร ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3. ผลของยาต้านเบาหวานและเอสโตรเจนต่อการเรียนรู้และความจำของสมองในภาวะอ้วนและขาดฮอร์โมนเพศหญิง ศ. ดร. ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4. การสังเคราะห์และพิสูจน์เอกลักษณ์ของสารอินทรีย์ชนิดใหม่สำหรับใช้ในอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ ดร.อมรรัตน์ แท่งทอง และ ศ. ดร.วินิช พรมอารักษ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมสำหรับผู้ป่วยขาดน้ำลาย ศ. ดร. ภก.จีรเดช มโนสร้อย และ ศ. ดร. ภญ.อรัญญา มโนสร้อย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่




