"ไพบูลย์" วางระบบบำบัดผู้เสพแบบควบคุมตัวกึ่งถาวร เน้นคุณภาพไม่เอาปริมาณ ทุ่มงบฯเพื่อคืนคนดีให้สังคม ไม่ใช่คืนภัยให้สังคม
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรม เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมพนักงานคุมประพฤติประจำสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แบบควบคุมตัว (หน่วยกึ่งถาวร) จำนวน 64 คน ซึ่งดำเนินการตามนโยบายพัฒนาคุณภาพของสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัว หรือหลักสูตรมาตรฐานแกนกลาง
โดยพล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าประเทศไทยออกกฎหมายเพื่อกำหนดให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วยและสร้างระบบบำบัดฟื้นฟูมานานกว่า 10 ปี แต่ต้องยอมรับว่าระบบฟื้นฟูล้มเหลว ขาดความเชื่อมั่นจากสังคมและประชาชน จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมตระหนักถึงความมุ่งมั่นว่าการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดคืนการคืนคนดีให้สังคม ไม่ใช่การทุ่มงบประมาณลงไปแล้วคืนคนกลุ่มนี้ให้ไปเป็นภัยสังคม ในสมัยที่ตนเป็นรมว.ยุติธรรม ขอบอกให้ทราบว่าตนเป็นคนมีมาตรฐานสูง ไม่ต้องการการบำบัดที่เน้นเชิงปริมาณ คนที่ผ่านค่ายบำบัดออกไปไม่ใช่แค่กล้ามโต แต่สมองยังคิดถึงยาเสพติด ดังนั้นการบำบัดต้องมีหลักสูตรที่ชัดเจน ไม่นำหลักสูตรฝึกทหารใหม่ไปใช้บำบัดผู้ติดยาเสพติด
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า มาตรการบำบัดยาเสพติดทุกชุดที่ผ่าน ล้มเหลวตั้งแต่วิธีคิด เพราะต้องการเพียงตัวเลขว่าแต่ละปีมีผู้ผ่านการบำบัดกี่แสนคน แต่ไม่เข้าใจในหลักการบำบัดฟื้นฟู ส่งเข้าค่ายวิวัฒน์พลเมือง ก็มีแต่สั่งให้วิ่งเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เมื่อตนเข้ามาเป็นรมว.ยุติธรรมจึงได้สั่งปิดศูนย์บำบัดที่ไม่ได้มาตรฐานไปหลายแห่ง และกำหนดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) อุดหนุนงบประมาณให้หน่วยงานทางทหารและฝ่ายปกครองเพื่ออบรมครูฝึกให้มีทักษะความรู้ด้านการบำบัดผู้ติดยา ศูนย์บำบัดควรทำหน้าที่คล้ายสถาบันธัญญารักษ์ หลังผ่านการบำบัดต้องมีการประเมินผล ทำบัญชีรายชื่อรุ่นเพื่อติดตามพฤติกรรมว่าสามารถเอาชนะยาเสพติดได้กี่คน
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า พนักงานคุมประพฤติที่ผ่านการอบรมชุดแรกทั้งหมดจะกระจายกันลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานในสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด แบบควบคุมตัว หรือหน่วยกึ่งถาวร ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้ โดยนโยบายครั้งนี้เป็นการร่วมกันทำงานของทุกฝ่ายทั้งตำรวจ กรมการปกครอง กรมการแพทย์ ตั้งเป้าให้งานฟื้นฟูมีความชัดเจนทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและแนวทางปฏิบัติ





