รัฐบาลเผย "สื่อต่างชาติ" ยกไทย มีความสุขในเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก 2ปีซ้อน
พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยแพร่ดัชนีความทุกข์ยาก(Misery Index)ประจำปี2559ล่าสุดพร้อมกับรายงานข่าว15อันดับประเทศที่มีความสุขในเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก(The 15 Happiest Economies in the World)โดยระบุว่าไทยมีอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อต่ำคิดเป็นค่าMisery Indexเท่ากับ2.2ซึ่งหมายถึงมีความทุกข์ยากต่ำหรือมีความสุขมากที่สุดในโลกเป็นปีที่2ต่อเนื่องกัน
“ต้องยอมรับความจริงว่าแม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอยู่ในภาวะตกต่ำหลายประเทศกำลังประสบปัญหารวมถึงประเทศไทย แต่การที่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข้อมูลดังกล่าวย่อมสะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ปั่นป่วนยังมีประเทศจำนวนมากที่ย่ำแย่กว่าเรา แต่เรามีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงแข็งแรงและต่างประเทศยังเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย”พลตรีสรรเสริญกล่าว
พลตรีสรรเสริญกล่าวต่อว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วและพอใจการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่สามารถรักษาระดับการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อได้ดีข้อมูลจากธนาคารโลกเมื่อปี2557ชี้ว่าอัตราว่างงานในไทยอยู่ที่เพียงร้อยละ0.9ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ2.5ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งชื่นชมความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนที่มีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดูได้จากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลการบริโภคเริ่มฟื้นตัวรายได้จากการท่องเที่ยวสูงขึ้นการลงทุนของเอกชนเพิ่มขึ้นมีตัวเลขการขอเปิดโรงงานแล้วหลายพันแห่งส่งผลให้เกิดการจ้างงานนับแสนคน อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ทั้งปัญหาค่าครองชีพการส่งออกรายได้ของเกษตรกรผู้ประกอบการSMEsฯลฯ
“นายกฯกล่าวว่าความสุขอาจจะเป็นสิ่งที่วัดยาก แต่ต้องขอบคุณสำนักข่าวต่างประเทศที่มองเห็นข้อดีของไทย ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพียงเรื่องของปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างเดียวแต่ยังอาจรวมไปถึงความมั่นคงปลอดภัยในการดำเนินชีวิตการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานความอบอุ่นในครอบครัว ความภูมิใจในความเป็นไทย ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน”พลตรีสรรเสริญกล่าว
สำหรับ15ประเทศที่มีความสุขเชิงเศรษฐกิจมากที่สุดตามลำดับคือ1.ไทย2.สวิตเซอร์แลนด์3.ญี่ปุ่น4.เกาหลีใต้5.ไต้หวัน6.เดนมาร์ก7.จีน8.สหรัฐอเมริกา9.นอร์เวย์10.สหราชอาณาจักร11.ออสเตรีย12.นิวซีแลนด์13.ไอซ์แลนด์14.มาเลเซียและ15.เยอรมนี





