เพื่อไทย เตือนรัฐบาล ตัวเลขเศรษฐกิจตกต่ำทุกด้าน อย่าดันทุรังซื้ออาวุธ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มีกำหนดเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐเบลารุส ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ.59 พร้อมกระแสข่าวเตรียมซื้อ ฮ.Mi17 และ รถถัง ว่า ข้ออ้างที่คสช.และรัฐบาลใช้เข้ามาในการบริหารประเทศคือเข้ามาแก้ความขัดแย้ง สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป กลับไม่เห็นเครื่องมือหรือแนวทางอะไรที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองได้เลย
ตราบใดที่ยึดหลักผู้ชนะต้องเป็นผู้เขียนกติกา ไม่รับฟังเสียงของผู้เห็นต่าง หนทางข้างหน้ายิ่งจะพบแต่ความยากลำบาก รัฐบาลนี้ทำงานมาเกือบ 2 ปี ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญลดลงทุกตัว การส่งออกไทยปี58 ติดลบหนักสุดในรอบ 6 ปี จนส่งผลถึงปัจจุบัน ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงทุกรายการ ที่เพิ่มขึ้นคือหนี้สินภาคครัวเรือน ตัวเลขการเลิกกิจการที่เพิ่มสูงขึ้น ข้าวยากหมากแพง ประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่กลับมีข่าวรัฐบาลกำลังจะไปซื้ออาวุธ ทั้งที่เพื่อนบ้านก็เข้า AEC กันหมดแล้ว ถามว่าจะไปรบกับใคร ซึ่งก็จะตอบว่ามีไว้เพื่อสร้างความเกรงขาม
พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ถ้าจะซื้ออาวุธเพื่อให้มีผลด้านจิตใจ ควรนำงบนั้นไปฟื้นฟูสวัสดิการนายทหารชั้นผู้น้อย สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันจะส่งผลถึงขวัญกำลังใจของกำลังพลชั้นผู้น้อย ดีกว่านำไปจัดซื้ออาวุธซึ่งหลายครั้งก็ตามมาด้วยคำถามว่า อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นได้คุณภาพมาตรฐานและจำเป็นต่อกองทัพหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นจากกรณี GT 200 บอลลูนเหาะ





