"อาจารย์5ปริญญา" ชำแหละม็อบพระ ชี้อยากได้-อยากเป็น "สังฆราช" จนผ้าเหลืองร้อน
ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ได้โพสต์แสดงความเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ค (18ก.พ.) ระบุว่า #ท่านบอกว่าไม่ใช่ม็อบพระแต่เป็นสงฆ์ผู้มาปฏิบัติกิจทางธรรม
การพิจารณาว่าเป็นม็อบหรือเป็นการปฏิบัติธรรมเราดูจากพฤติกรรมที่สงฆ์ผู้มาปรากฎตัวก็พอที่จะทำให้ทราบได้
ว่าเหล่าสงฆ์ผู้ห่มเหลืองมารวมตัวแล้วทำอะไร
เพราะการล็อคคอทหาร คว่ำรถทหาร เผาหุ่น สวดมนต์ในลักษณะของการสาปแช่ง เช่นนี้ ไม่น่าจะสื่อแสดงว่าเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อการลด-ละ-เลิก อันนำไปสู่ความหลุดพ้นแห่งกิเลส และดำเนินตนสู่นิพพาน
#ท่านบอกว่ารัฐบาลห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจการของสงฆ์
สิ่งนี้มีทางออกได้ ทางออกแรกคือการไม่อาศัยอยู่ในประเทศ เพราะนอกเขตอาณาจักร รัฐย่อมไม่มีอำนาจ หรืออีกทางหนึ่งคือการตายจากโลกนี้ไป เพราะเปรต อสูรกาย และสัมภเวสีจำพวกนี้ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจรัฐ หากยังเป็นคนที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ แม้เป็นพระ โจร คนบ้า หรือผู้ป่วยทางจิตล้วนต้องอยู่ภายใต้อำนาจรัฐ
#ท่านบอกว่าให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ
หากเรามีสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้คนย่อมเลื่อมใส แล้วพุทธศาสนาก็จะเจริญงอกงาม พระพุทธองค์ไม่เคยบัญญัติให้รัฐใดต้องมีกฎหมายกำหนดให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่พระองค์บัญญัติให้สงฆ์ปฏิบัติอยู่ในพระธรรมวินัย เราจึงควรบรรจุพระพุทธศาสนาไว้ในหัวใจของสงฆ์ผู้ได้ชื่อว่าหนึ่งในพระรัตนตรัยโดยเร่งด่วน เพื่อพระสงฆ์จะได้อยู่ในศีลในธรรมให้มากขึ้น เพราะต่อให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่สงฆ์กลับทำตัวพร่องศีล บ้าอำนาจ ด่ากราด นอกรีต จนยากที่ศาสนิกชนจะก้มลงกราบได้ การบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญจะยิ่งเป็นการประจานความเสื่อมถอย ถ่อยเถื่อนของสงฆ์ จนเกิดเป็นผลร้ายมากกว่า
#ท่านบอกออกมาปกป้องพระพุทธศาสนา
การปกป้องด้วยหนทางของสงฆ์คือการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและไม่กระทำตนให้พร่องศีล และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอันเป็นหนทางที่ชอบ ส่วนการรวมตัวเพื่อแสดงพลังทางกายผ่านวิธีการเผาหุ่นสาปแช่งเช่นนี้เป็นวิธีของฆราวาสมิได้มีบัญญัติไว้ในพระธรรมวินัย
#ท่านบอกไม่มีใครจ้างท่านมากันเอง
นั่นหมายถึงว่า สิ่งที่ท่านกระทำมิได้เกิดจากลาภยศสักการะ แต่ล้วนมาจากกมลสันดานอันเป็นแรงขับแท้จริงของท่าน หากเป็นเช่นนั้น จิตท่านที่เป็นแรงขับคงขุ่นมัวด้วยมิจฉาทิฐิอันแสดงให้เห็นถึงความห่างไกลจากจิตแห่งสงฆ์ผู้สละแล้วซึ่งทางโลก
#ท่านบอกศาสนาอื่นมุ่งทำลายพุทธศาสนา
สิ่งนี้หากไม่มีข้อมูลแท้จริง จะกลายเป็นการทุศีล การที่สงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมจะกล่าวสิ่งใดจึงต้องไตร่ตรองใคร่ครวญว่าสิ่งที่กล่าวไปนั้นเป็นความจริงหรือไม่ สงฆ์ไม่ควรแสดงมโนที่เป็นมโนทุจริตเพื่อสร้างมโนให้คนอื่นเกิดทุจริตตาม
#ท่านบอกให้ตั้งสังฆราชโดยเร็ว
ดูเหมือนสิ่งนี้คือเป้าหมายที่แท้จริง แต่ลาภ ยศ สรรเสริฐ เป็นสิ่งที่สงฆ์สอนให้ฆราวาสปล่อยวางมิใช่หรือ แล้วเหตุใดท่านจึงกดดันเยี่ยงนี้ หรือแท้จริงแล้วท่านมุสาต่อฆราวาสแต่แท้จริงท่านต่างหากที่แสวงหาอำนาจยิ่งกว่า การกดดันเช่นนี้คือการบังคับให้ในหลวงสถาปนาสังฆราสตามใจท่านผู้ได้ชื่อว่าละแล้วซึ่งกิเลส การอ้างว่าสถาบันสงฆ์ขาดสังฆราชไม่ได้นั้น ก็เป็นการมุสา เพราะในอดีตที่ผ่านมา หลายช่วงตอนที่ไม่มีการตั้งสังฆราช บางครั้งนานกว่า 10 ปี
เช่นนี้จะให้เราเชื่อท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจได้เช่นไร
"ออกมากดดันให้ตั้งสังฆราช
แต่ประกาศว่าปกป้องพระพุทธศาสนา
ไม่ละอายแก่ปากกันบ้างหรือ?"
สมเด็จช่วงไม่ใช่พระพุทธศาสนา
แต่สมเด็จช่วงคือสงฆ์ผู้บวชอยู่ในพระพุทธศาสนา
การปกป้องสมเด็จช่วงจึงไม่เท่ากับการปกป้องพระพุทธศาสนา
หากผ้าเหลืองที่ห่อหุ้มท่านมันรุ่มร้อนด้วยเพลิงแห่งความอยากมี อยากได้ อยากเป็น
ก็ถอดผ้าเหลืองนั้นออกเถอะ
ผ้าขาว ผ้าดำ หรือผ้าแดงอาจเหมาะแก่ท่านมากกว่า
ในฐานะศีลเสมอกัน


