ตร.ไทย ประสาน ตร.สากลเกาหลีใต้ ช่วยเหลือเหยื่อถูกหลอกค้าประเวณี ยันไม่กระทบเทียร์3
จากกรณีที่มีสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า ตำรวจเกาหลีใต้ได้จับกุมตัวนายหน้าค้าประเวณีได้ที่เขตโซล คยองคีโด และ ชุงชอง เกาหลีใต้ หลังตรวจพบว่า นายหน้ารายนี้ได้พาผู้หญิงไทยเข้ามาค้าประเวณีด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยใช้ร้านนวดแผนโบราณบังหน้า นับตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มีผู้หญิงไทยรวมกว่า 200 คนที่เข้าข่ายค้าประเวณีในเกาหลีใต้ ในจำนวนนี้มีชายแปลงเพศ 40 คนรวมอยู่ด้วย ล่าสุด ตำรวจได้จับกุมตัวผู้จัดการทั่วไปและนายหน้าได้ 5 คน และผู้ค้าประเวณี 48 คน ในจำนวนนี้ถูกส่งให้กองตรวจคนเข้าเมืองส่งกลับประเทศ 12 คน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 59 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางการไทยได้รับรายงานจากตำรวจเกาหลีใต้ว่าได้ทลายแหล่งร้านนวด ค้าประเวณี และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงไทยได้ เมื่อวานนี้(18ก.พ.) ส่วนจำนวนเท่าไหร่นั้นขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ยืนยันว่าน่าจะไม่ถึง 200 คน อย่างที่เป็นข่าว ซึ่งขณะนี้ได้ประสานตำรวจสากลเกาหลีใต้เพื่อขอข้อมูลและช่วยเหลือเหยื่อแล้ว
พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยอีกว่า จากการสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่าได้มีนายหน้าอาจจะเป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย หลอกชักชวนเหยื่อให้ไปเที่ยวโดยหลอกว่าได้เงินด้วยทำให้เหยื่อสนใจและถูกหลอก ผู้สื่อข่าวถามว่า เหยื่อเหล่านี้ถือเป็นเหยื่อค้ามนุษย์หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า ยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ แต่จากสถิติเหยื่อค้ามนุษย์มีประมาณ 2 หมื่นคนที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเรามีกฎหมายรองรับและข้อปฏิบัติต่อเหยื่อเหล่านี้อยู่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันไม่กระทบเทียร์ 3 เนื่องจากเทียร์ 3 มีเกณฑ์พิจารณา 3 เรื่อง คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ผลสำเร็จในการดำเนินคดี และการดูแลเหยื่อ ซึ่งกรณีดังกล่าวเมื่อพิจารณาแล้วไม่น่าจะเข้าตามหลักเกณฑ์





