ทีมกฎหมายวัดปากน้ำ ยันอู่วิชาญเป็นผู้จัดการรถหรูทั้งหมด รับลายเซ็นเจ้าคุณแป๊ะของจริง
นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศรธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้สัมภาษณ์รายการ เจาลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลน์ ปฏิเสธกรณีที่มีการกล่าวหาว่า กรณี พระมหาศาสนมุณี หรือ เจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เกี่ยวโยงการจัดหารถโบราณ ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง สุดประเสริฐ)
โดยระบุว่า เจ้าคุณแป๊ะ เป็นเพียงผู้ประสานงานติดต่อกับอู่วิชาญ และเงินที่ซื้อรถ, จ้างจดประกอบ, จ้างซ่อมรถ เป็นเงินบริจาคของญาติโยมที่มีจิตศรัทธา สมเด็จช่วง จึงร่วมบริจาคทั้งหมดซื้อรถถวาย เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยผ่านเจ้าคุณแป๊ะ
เมื่อถามว่า เจ้าคุณแป๊ะ ประสานงานกับ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ด้วยหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าวว่า เจ้าคุณแป๊ะ เป็นผู้ประสานกับอู่วิชาญเท่านั้น ส่วนอู่วิชาญจะไปประสานกับอู่รถที่ไหนอย่างไร ใครนำเข้าอะไรอย่างไร ตรงนี้ไม่ทราบ
เมื่อถามว่าโยมที่ถวายเงินบริจาคเพื่อซื้อรถ เป็นนักธุรกิจหญิงสองคน ใช่หรือไม่ ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าวว่า เท่าที่ทราบเป็น เงินบริจาคหลักๆเป็นของนักธุรกิจชาย 1 คน ส่วนที่เหลือจะเป็นญาติโยมหลายฝ่ายร่วมสมทบทุน
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุใดจึงติดต่อที่อู่วิชาญ นายศุภภัทร์พจน์กล่าวว่า เจ้าคุณแป๊ะ ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ท่านนำรถของวัดปากน้ำไปซ่อมที่อู่วิชาญ อยู่บ่อยครั้ง แล้วไปเจอโครงรถเก่า จึงพูดคุยกับคุณวิชาญว่าถ้านำโครงรถมาประกอบซ่อมแซมเป็นรถที่ใช้ได้เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ คุณวิชาญบอกอยู่ที่ 4 ล้านบาท จึงทำบันทึกการจ่ายเงินระบุไว้ว่าคุณวิชาญซ่อมแซมบูรณะจนกระทั่งจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ และเอกสารบันทึกการซ่อม การจ่ายเงิน พร้อมลายเซ็นเจ้าคุณแป๊ะที่ถูกเผยแพร่ในขณะนี้ ก็เป็นของจริง
นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า เดิมที หจก. อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส หรือคุณอ๊อด จะซ่อมรถคันดังกล่าวไว้ใช้เอง จึงนำมาที่อู่วิชาญ จนกระทั่งเจ้าคุณแป๊ะ ไปเจอโครงรถอู่วิชาญ จึงติดต่อซื้อรถพร้อมซ่อม
“เจ้าคุณแป๊ะ ไม่ได้ติดต่อซื้อโครงรถจากคุณอ๊อด แต่ติดต่อซื้อโครงรถกับอู่วิชาญ และทำบันทึกราคา 4 ล้านบาท โดยให้คุณวิชาญดำเนินการ เครื่องยนต์เท่าไหร่ นำเข้าอย่างไร อู่วิชาญเป็นผู้จัดการทั้งหมด” นายศุภภัทรพจน์กล่าว
เมื่อถามว่าขั้นตอนสุดท้ายตอนจดทะเบียนรถเป็นชื่อสมเด็จช่วงฯ ได้กลับมาดำเนินการที่วัดหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าวว่า คงมีเจ้าหน้าที่นำเอกสารมาให้ท่านเซ็นเป็นชื่อท่าน เพื่อนำรถไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ทางวัดจะทราบในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อรถเสร็จสมบูรณ์

