วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเห็นสปท.ต่อร่างรัฐธรรมนูญ‘มีชัย’

สปท.เสนอแนะร่างรธน.ไปยังกรธ. รูปแบบการส่งความเห็นยังไม่ได้มีการขมวดเป็นบทสรุปเป็นประเด็น หากแต่มาในรูปแบบของสมาชิก

ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) 1 ใน แม่น้ำ 5 สาย ก็ได้ข้อเสนอแนะไปยังกรธ. เช่นกัน ซึ่งรูปแบบการส่งความเห็นยังไม่ได้มีการขมวดเป็นบทสรุปเป็นประเด็น หากแต่มาในรูปแบบ ของคำอภิปรายของสมาชิกเมื่อวันที่ 9-8 ก.พ. และความเห็นของแต่ละกมธ. 

ทั้งนี้ความเห็นของสปท. ในการอภิปรายนั้น เรื่องเด่นๆก็คงหนีไม่พ้นประเด็นทางการเมือง ซึ่งมี เรื่องระบบเลือกตั้ง ที่กมธ.การเมืองติง มาว่า “ระบบเลือกตั้งแบบใบเดียว” ยังไม่ตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง อีกทั้งยังเป็นการตัดโอกาสแข่งขันของพรรคเล็ก เพราะต้องส่งผู้สมัครแบบเขตให้มากที่สุด เพื่อจะได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงจะสร้างการแข่งขันที่รุนแรงมาก จนอาจนำไปสู่การซื้อสิทธิ์ขายเสียง และต้องการให้ใช้ระบบเลือกตั้งเขตใหญ่ รวมถึงใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

แต่ทั้งนี้ กรธ. จะลองใช้ระบบนี้ดูก็ได้ โดยให้เขียนเพิ่มในบทเฉพาะกาล เพื่อใช้ระบบเลือกตั้งนี้ในการเลือก ส.ส. 2 ครั้งแรก และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี เพื่อพิจารณาว่าระบบเลือกตั้งนี้จะแก้ปัญหาได้จริงไหม  

ส่วนที่มา ส.ว. แบบเลือกตั้งทางอ้อมนั้น ก็ยังไม่ตอบโจทย์แน่ชัดว่า จะกันบล็อคโหวตอย่างไร อีกทั้งยังเป็นห่วงว่า การที่ให้คนสมัครลงชิงเก้าอี้ ส.ว. จะต้องลาออกจากพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี ก็เป็นระยะเวลานานเกินไป และเสนอให้ใช้รูปแบบ ส.ว.สรรหา

ในเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้น สมาชิกสปท. บางคนเห็นว่า ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส. จะต้องได้รับเสียงหนุนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นนายกฯคนนอก จะต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย  ใช้เสียงข้างมากของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรในการสนับสนุน โดยไม่ได้แยกว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อมาจาก ส.ส.หรือคนนอก

อีกประเด็นที่ สปท. มีความเห็นไม่ต่างจากที่อื่นนั้น ก็เป็นประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ก็มีความเห็นว่าควรนำบทบัญญัติเรื่องนี้ ซึ่งเคยมีในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วมาพิจารณาด้วย ทั้งนี้ยังมีเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่ได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการดูแลและคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ในส่วนนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการตีความและการออกกฎหมายลูกได้

ในประเด็นเรื่องการปฏิรูปนั้น ก็ได้มีสมาชิกอภิปรายว่า ประเด็นนี้ไม่ชัดเจนเพราะมีการกระจายไปอยู่ตามมาตราต่างๆ จึงเสนอให้ กรธ. จับเอาบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปมารวมกันเป็นหมวดว่าด้วยการปฏิรูป เพื่อให้การปฏิรูปเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนที่ระบุให้ สปท. อยู่ต่ออีก 1 ปีนั้น ก็น่าเป็นห่วง เพราะเมื่อ สปท. พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว อาจจะทำให้ไม่มีกลไกติดตามการปฏิรูปประเทศต่อ ดังนั้นนอกจากจะเพิ่มหมวดใหม่แล้ว ยังต้องร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปเพิ่มไปด้วย

เมื่ออ่านความเห็นของ สปท. คร่าวๆจะพบว่ามีบางประเด็นที่สอดคล้องกับหลายๆฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมา กรธ. เชื่ออยู่เสมอว่าคนที่จะติติงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือฝ่ายการเมืองผู้เสียประโยชน์ และแม้ว่า สปท. ไม่มีอำนาจเห็นชอบร่างรัฐรรมนูญเหมือนอย่างสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่เมื่อมีความเห็นออกมาเช่นนี้ กรธ. ก็คงละเลยไม่ได้ ก็ต้องดูต่อไปว่าร่างฉบับสุดท้ายที่จะออกมาในปลายเดือน มี.ค. จะมีการปรับเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องจับตาดูเป็นระยะ