ศาลปกครองกลาง ถอนคำสั่งตั้ง'สมมาตร์' ผอ.องค์การค้าฯ

"ธเนศพล" มอบ สกสค.หารือฝ่ายกฎหมาย หลังศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง "สมมาตร์" เป็นผอ.องค์การค้าฯ มีผลย้อนหลังตั้งแต่25ก.ย. 55
นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ หัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการประเมินประสิทธิภาพและติดตามการดำเนินงานขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา(สกสค.) เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2559 เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายสมมาตร์ มีศิลป์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ในคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2555 และให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีประกาศ แต่งตั้ง
ทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายกฎหมายของสกสค.ไปศึกษารายละเอียดคำสั่งศาลปกครอง ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการ แต่โดยสรุปเห็นได้ชัดว่ากระบวนการทำงาน และกระบวนการสรรหาบุคคล มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ มีข้อบกพร่องเกิดขึ้น และคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มีความชัดเจน ถ้าในส่วนใดที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องไปดำเนินการ
“เวลานี้คงยังตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินการอะไร อย่างไร และกับใครบ้าง ขอให้เห็นภาพชัดเจนก่อน อะไรที่ไม่ถูกก็ต้องแก้ไข และต่อไปก็จะต้องไม่ทำอีก ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ ต่อไปจะต้องยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก ส่วนนายสมมาตร์ เองก็ไม่ได้มีการประสานเข้ามาพูดคุยอะไร และถือว่ามติของคณะกรรมการสกสค.ที่มีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ที่ให้การยกเลิกสัญญาจ้างนายสมมาตร์ ครั้งล่าสุดถือว่าสิ้นสุดแล้ว”นายธเนศพล กล่าว
ด้าน นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ได้หารือกับฝ่ายกฎหมาย และเสนอแนวทางการดำเนินการให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาแล้ว เบื้องต้น คงต้องยึดตามกฎหมาย ในมาตรา 19 ของพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 กำหนดว่า ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทาง ปกครองใด ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งครอบคลุมกรณีคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ดังนั้นอาจจะไม่มีการดำเนินการอะไร ส่วนคดีความที่ยังมีอยู่ระหว่างสกสค. และนายสมมาตร์ก็ดำเนินการต่อไป ตามกฎหมาย
ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว ขอดูรายละเอียดก่อน ส่วนใดที่ดำเนินการได้คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา กรณีมีผู้ฟ้องร้อง สำนักงานสกสค. คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ และอดีตคณะกรรมการ สกสค. เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีการสรรหาและบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ซึ่งได้มีการประกาศรายชื่อ นายสมมาตร์ มีศิลป์ เป็นหนึ่งใน 3 ผู้เข้ารับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555 โดยผู้ฟ้องเห็นว่า นายสมมาตร์ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครเข้ารับการสรรหาตั้งแต่ต้น เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มีคำสั่งที่ 15/2551 เลิกสัญญาจ้างนายสมมาตร์ จากตำแหน่งผู้อำนวยการอค.ซึ่งผู้ฟ้องทำหนังสือคัดค้านไปยังคณะกรรมการสรรหาฯ แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ขณะเดียวกันกลับยินยอมให้นายสมมาตร์ เข้าแสดงวิสัยทัศน์
โดยผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่ง โดยสรุปคือ ขอให้เพิกถอนประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ที่ให้นายสมมาตร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ลงวันที่ 12 ก.ย. 2555 ระงับ สัญญาจ้างนายสมมาตร์ โดยศาลได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายสมมาตร์ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ
ดังนั้นการประกาศรายชื่อนายสมมาตร์ เป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ลงวันที่ 12 ก.ย.2555 จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ศาลจึงพิพากษาให้เพิกถอนประกาศ คณะกรรมการสรรหาฯ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2555 และประกาศแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ลงวันที่ 12 ก.ย. 2555 และประกาศแต่งตั้งนายสมมาตร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ลงวันที่ 25 ก.ย. 2555 โดยให้มีผลย้อนหลังไปนับแต่วันที่มีประกาศดังกล่าว




