วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.ใช้เวลา3ชม. ถกผ่านงบกลางปี5.6หมื่นล้าน

สนช.ใช้เวลา3ชม.ผ่านงบกลางปี 5.6 หมื่นล้านบาท "สมคิด"แจงตั้งงบ เพราะมีรายได้จากการประมูลคลื่น4จี สนช.ติงงบไร้รายละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ชี้แจงว่า จากการประมูลคลื่น4จี ของกสทช.เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มนอกเหนือจากที่ได้ประมาณการจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี2559แบ่งเป็นรายได้จากการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่1,800 เมกะเฮิร์ท งวดที่1ที่ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินแล้วจำนวน 40,290.5 ล้านบาท รายได้จาการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ท ที่คาดว่าจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินในเดือน มี.ค. จำนวน 11,992.6 ล้านบาท 

นายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาลมีความเห็นว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รายได้ดังกล่าวควรนำมาพัฒนาสร้างความเข้มแข็ง ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงได้มีการหารือกับสำนักงบประมาณ และมีแนวคิดจะนำรายได้นี้แบ่งออกเป็น3ส่วน คือ1.การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ ด้วยการลงทุนขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้สามารถครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนทุกส่วนของประเทศ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง2.จัดสรรให้กับโครงการและกิจกรรมที่สนับสนุน เสริมสร้างความเข้มแข็งความก้าวหน้าของประเทศตามแนวทางปฏิรูปทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยเฉพาะการบกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเจริญ และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการปฏิรูปเพื่อยกระดับความสามารถของประเทศในอนาคตข้างหน้า และ3.จัดสรรให้กับเป็นรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เพื่อเป็นการรักษาวินัยการคลังของประเทศ 

นายสมคิด กล่าวว่า สำหรับหลักการและเหตุผลนั้น รัฐบาลตั้งงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน56,000,000,000 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เป็นจำนวนไม่เกิน 47,661,027,300 บาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจำนวน 8,338,972,700 บาท โดยงบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้ในการดำเนินการตามตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นจำนวนไม่เกิน 47,661,027,300 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ คือ เพื่อจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายเสริมสร้างความเข้มแข็งและก้าวหน้าของประเทศตามแนวทางปฏิรูป เป็นจำนวน 32,661,027,300 บาทและเพื่อจัดสรรตามแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นจำนวน 15,000,000,000บาท นอกจากนี้ ยังนำไปเพื่อชดใช้เงินคงคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เป็นจำนวน8,338,972,700 บาท

"ในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเป้าหมายทางเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาว ขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับความยั่งยืนทางการคลัง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และประเทศมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาการเร่งด่วนเฉพาะหน้า และการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาในระยะยาว ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ถือเป็นกลไกหนึ่ง ช่วยให้การดำเนินงานของรัฐบาล สามารถบรรลุตามเจตนารมณ์ ไม่เพียงเป็นการสนับสนุนการปฏิรูป วางรากฐานที่เข้มแข็งให้กับประเทศในอนาคต แต่ยังสามารถช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจภายในประเทศในยามที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มถดถอยในขณะนี้"นายสมคิด กล่าว 

จากนั้นเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธานคณะกรรมาธิการการเมือง สนช. อภิปรายว่า ตนไม่ถามว่างบประมาณที่ตั้งไว้5.6หมื่นล้านบาทนี้จะไปใช้อย่างไร แต่รายได้ที่รัฐได้มาแน่นอนคือรายได้จากการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่จากการประกอบกิจการโทรคมนาคมจำนวน 56,290 ล้านบาท แต่รายได้จากส่วนอื่นซึ่งตนมีความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บภาษีน้ำมันในปี59ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะได้ 162 ล้านล้านบาท แต่ก็ทราบดีว่าปีนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจำนวนมาก จึงไม่มั่นใจว่า จะจัดเก็บภาษีน้ำมันได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ขณะที่ภาษียาสูบที่กำหนดไว้ปี 59 จะมีรายได้ 4.6 พันล้านบาท จากการขึ้นภาษียาสูบ ซึ่งตนกังวลว่า จะสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหรือไม่ เพราะเมื่อภาษีบุหรี่ขึ้นก็จะมีบุหรี่ที่ผิดกฏหมายเข้ามาก รัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก ทิศทางการดำเนินนโยบายเก็บเงินของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ขณะนี้ทราบว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวและค่าเงินหยวนเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นผลกระทบกับประเทศไทยได้ จึงไม่ค่อยสบายใจและตระหนักถึงรายรับที่จะเข้ามาปี 59 ถ้าจัดเก็บรายได้ไม่ได้ตามเป้าหมาย แม้จะได้เงินมาจากการประมูลคลื่นความถี่ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2560  

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสนช. กล่าวว่า การจัดงบส่วนหนึ่งไปเสริมสร้างความเข้มแข็งตามแนวทางปฏิรูป ครอบคลุมมิติทั้ง3ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง จำนวนเงิน3หมื่นล้านบาท มีการจัดสัดส่วนให้น้ำหนักไปสู่แต่ละด้านอย่างไร กรณีที่รัฐบาลใช้งบประมาณนำระบบเทคโนโลยีสื่อสารอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ลงไปในหมู่บ้าน3หมื่นแห่งซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านบริสุทธ์ด้านสื่อสารมวลชนที่ไม่มีไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเลย แต่มีการดำรงชีวิตมีความสุขพอสมควร ตนมองว่าหากรัฐบาลนำอินเตอร์เน็ตเข้าไปจะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของคนในหมู่บ้านเพราะก่อนหน้าที่มีการนำอินเตอร์เน็ตลงไปให้4หมื่นกว่าหมู่บ้านก็พบปัญหาด้านสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เนื่องจากมีการรับรู้ข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ต หรือโซเซียลมีเดีย ดังนั้นหากจะนำระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาก็ควรระวังเรื่องของความมั่งคงยั่งยืนด้านสังคมด้วย เพราะนำระบบดิจิตอล มาทำมาเก็ตติ้งในหมู่บ้าน ค้าขายพืชผลเกษตรถือว่าคุ้มค่า แต่ผลลบอาจจะมีมูลค่ามากกว่าก็ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องจัดงบประมาณคู่ขนานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้วย  

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเสริมสร้างความเข้มแข็งและความก้าวหน้าของประเทศตามแนวทางปฏิรูปจำนวน3.2หมื่นล้านบาทหรืองบกลาง หากนับรวมกับงบกลางที่อยู่ในงบประมาณประจำปี2559จำนวน4.2แสนล้านบาท จะคิดเป็น15.65%ของงบประมาณทั้งหมดของปี2559จึงอยากทราบว่าจะมีการบริหารงบประมาณดังกล่าวให้เกิดความโปร่งใสอย่างไร เพราะแม้งบกลางมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ แต่การตรวจสอบทำได้ยากและอาจทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง อีกทั้งงบในส่วนนี้ยังไม่มีการแสดงรายละเอียดของหน่วยงานที่รับผิดชอบและไม่มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน ซึ่งควรต้องระวังไม่ให้เข้าข่ายเป็นการประชานิยม นอกจากนี้ในส่วนของหนี้สาธารณะเดือนธ.ค.2558จำนวน6ล้านล้านบาท คิดเป็น44.4%ของจีดีพี เป็นตัวที่ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องรักษาเพดานเงินกู้พอสมควร ดังนั้น รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้มีหนี้สาธารณะสูงขึ้นเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับการอภิปรายของสนช.ส่วนใหญ่เป็นการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศที่มีแนวโน้มสูง พร้อมกับสอบถามคณะรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางบริหารจัดการอย่างไร จากนั้นได้ลงมติรับหลักการวารแรกด้วยคะแนน189ต่อ1เสียง งดออกเสียง3เสียง ซึ่งนายสมชาย เสนอให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เต็มสภา โดยไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น และได้พิจารณาในวาระ2โดยใช้กรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งไม่มีสมาชิกอภิปรายในวาระ2และได้ลงมติในวาระ3ด้วยคะแนน191 เสียง งดออกเสียง3เสียง ประกาศใช้บังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วงเงิน5.6หมื่นล้านบาทด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมง  

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ มีเพียง8มาตรา ระบุเพียงกรอบการใช้งบประมาณ5.6หมื่นล้านบาท เพื่อไปใช้จ่ายตามภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ ไม่มีรายละเอียดของโครงการ แผนงานการใช้เงินของส่วนต่างๆ โดยเฉพาะงบประมาณที่จัดสรรให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วงเงิน1.5หมื่นล้านบาท ที่นำไปใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการโทรคมนาคมของประเทศ โดยไม่มีเอกสารแนบท้ายแจกแจงการใช้งบประมาณว่าจะนำไปใช้ในโครงการและหน่วยงานใดบ้าง