"ราเมศ"แนะกรธ. เร่งเสนอสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ปูพื้นทำความเข้าใจประชาชน
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผลโพลระบุว่าประชาชนยังรับรู้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญน้อยมาก ดังนั้น ต่อจากนี้ไปขอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เร่งนำเสนอสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปูพื้นทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะการรับรู้ถึงรายละเอียดของสาระสำคัญในตัวร่างรัฐธรรมนูญย่อมเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจในการลงประชามติ
สิ่งที่ควรทำเพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่างก็ควรที่จะมีการเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงส่วนที่ตัด
ส่วนที่เพิ่ม ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่าง และที่สำคัญข้อมูลที่ทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ป้องกันกลุ่มบุคคลที่จะออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงของร่าง รธน. ได้ การที่รัฐบาลปิดกั้นไม่ให้มีการเสวนาพูดคุยย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ควรส่งเสริมให้มีการพูดคุยกันในวงกว้างเพื่อประโยชน์ที่เกิดขึ้นดีกว่าปิดกั้น
เรียกร้องกรธ. นำ ม.47 ในรธน.50 ใส่รธน.ฉบับร่าง
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น ว่า มีมาตราที่มีความเป็นห่วงว่า หากไม่มีการปรับแก้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อการคุ้มครองการจัดสรรคลื่นความถี่ ในเรื่องวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์หรือโทรคมนาคมได้ คือ ร่างมาตรา 56 ที่จากเดิมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ให้ความคุ้มครอง และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ป้องกันการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ การครอบงำ คือป้องกันการซื้อสื่อหรือมีการควบรวมสื่อต่างๆได้
เพราะนายทุนที่มีอิทธิพลในทางการเมือง เมื่อสื่อไหน ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุหรือโทรทัศน์ที่ตรวจสอบตนมากไปก็จะมีการทำทุกวิถีทางเพื่อรุกคืบเข้าไปควบรวมสื่อซื้อสื่อนั้น ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ประสบการณ์ในอดีต กรธ. ไม่เคยใส่ใจเหตุการณ์ในอดีต ในมาตรา 56 ฉบับร่างเบื้องต้นจึงได้ตัดสาระสำคัญเช่นนี้ออกไป จึงเสนอแนะว่าควรที่จะนำเอามาตรา 47 เดิมในรัฐธรรมนูญ 2550 มาใส่ไว้ในฉบับร่างด้วย จะทำให้มีความสมบูรณ์เป็นมาตราที่ปกป้องการควบรวมสื่อวิทยุโทรทัศน์ได้ ยกเว้นกรรมการร่างบางคนไม่อยากให้แก้ เพราะเป็นหนึ่งในกรรมการของสื่อโทรทัศน์บางช่องอยู่ด้วย การร่างแบบนี้ก็จะไปเข้าทางนักธุรกิจการเมืองเช่นในอดีต


