"วิลาศ"จี้กรธ.ราชการ แข็งข้อ ไม่เปิดเผยข้อมูล ตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ซัดเขียน ปิดทางแก้รธน. เปิดทางรัฐประหารไปเรื่อย
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงความเห็นถึงร่างรัฐธรรมนูญในนามส่วนตัวว่า มีหลายมาตราที่เห็นว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ยังเขียนไม่ชัดเจน อ่านแล้วรู้สึกว่าติดใจต้องแก้ไข คือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับปราบทุจริต ตนเห็นด้วยที่เขียนเนื้อหาเข้มข้น ถ้าปฏิบัติตามได้จริงจะสามารถปราบทุจริตได้ แต่อยากฝากกรธ.ว่า ต้องเขียนเพิ่มอีก3ประเด็น 1.ตัวบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบปราบทุจริต การปราบทุจริตในประเทศไทย ถ้าเป็นคนสนิทใกล้ชิดกันไม่ทุจริต จำเป็นต้องแก้ไขระบบพวกพ้อง เพื่อให้ดำเนินการไม่เว้นหน้า และต้องมีลงโทษพวกที่ช่วยพวกพ้องด้วย
2. ต้องบังคับองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ปราบปรามทุจริตให้ออกระเบียบวิธีปฏิบัติงานแต่ละเรื่องใช้เวลาทำคดีนานเท่าไหร่ และไม่เฉพาะคดีที่เกี่ยวกับนักการเมืองเท่านั้น ต้องเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการด้วย 3.ต้องแก้ไขให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยในร่างรัฐธรรมนูญ ม.55 ให้ประชาชนมีสิทธิรับทราบข้อมูลทางราชการ ซึ่งประชาชนต้องอาศัยพ.รบ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 แต่เมื่อใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวเรียกดูข้อมูล หน่วยงานนั้นๆ กลับไม่ดำเนินการตามที่ขอ และไม่มีบทลงโทษใดๆ จึงต้องวางกรอบว่าถ้าหน่วยงานนั้นๆไม่เปิดเผยข้อมูลจะดำเนินการลงโทษอย่างไร เพื่อให้ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตได้อ่างแท้จริง
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า ขอฝากกรธ.ถึงวิธีได้มาซึ่งส.ว. ที่ยุ่งยากซับซ้อน ถ้ากำหนดให้เลือกไขว้กันจะเป็นที่มาของการทุจริต คนมีอำนาจมีอิทธิพลจะได้เข้ามาเป็นส.ว. ส่วนที่กรธ.กำหนดให้มีส.ส. 350 คนแบบเขต 150 แบบบัญชีรายชื่อนั้น ฝากเตือนสติว่า ตอนรัฐประหารมีการกล่าวหาว่านายทุนครอบงำพรรค ซึ่งจะอยู่ในส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่วันนี้กลับไปเพิ่มส่วนนี้เพราะอะไร ตนเห็นว่าส.ส.เขต ตรงตามเจตนารมณ์ประชาชนจริง จึงเสนอให้ปรับส.ส.เขตให้มากขึ้น
"กรณีที่ติดใจมากคือบัตรเลือกตั้งใบเดียว กรธ.อ้างว่า ลงคะแนนง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ประชาชนอยากไปใช้สิทธิ ทุกคะแนนมีความหมาย เป็นเสียงจากประชาชนโดยตรง พรรคต้องเลือกคนดีมาลงสมัคร เพราะถ้าผู้สมัครได้ใบแดงจะส่งผลถึงส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น แล้วถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มันไม่มีเหตุผลตรงนี้หรือ มันก็เหตุผลเดียวกัน เพียงแต่ถ้าใช้ 2 ใบ ผมเห็นว่า มันตรงตามเจตนารมณ์จริงๆ คนไปลงคะแนน อาจชอบผู้สมัครพรรคนี้ แต่ไม่ชอบพรรค เพราะชอบอีกพรรคหนึ่ง ทั้งจะป้องกันการซื้อเสียง ส.ส.เขต แต่ละคนพยามเอาตัวรอด แล้วที่ซื้อกันก็ซื้อตรงนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อได้คะแนนส.ส.เขตแล้วเอาไปนับส.ส.บัญชีรายชื่อ มันไม่ใช่เป็นคะแนนที่แท้จริงตามเจตนารมณ์คนลงคะแนน ถ้าแยกเป็น 2 ใบ เวลาคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อก็ไม่ต้องกลัวถ้าผู้สมัครเขตโดนใบแดงต้องมาเปลี่ยนอัตราส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ ผมมั่นใจว่าใช้บัตร2ใบยุ่งยากน้อยกว่า"
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ในร่างฉบับนี้ เป็นฉบับเดียวที่ไม่ใช่ให้แก้ยาก แต่ไม่ให้มีทางแก้เลยเขียนปิดช่องทุกทาง การโหวตวาระ 1 และ 3 ต้องใช้เสียงส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 แล้วส.ว.ไม่ได้ยึดโยงประชาชน มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วในวาระ 3 ต้องได้เสียงส.ส. 10 เปอร์เซ็นต์จากทุกพรรคการเมือง กรธ.ไม่เคยลงเลือกตั้ง เลยไม่รู้ เวลาโหวตจะมีการประชุมพรรค จึงทำให้โหวตไปในทางเดียวกัน จะแตกออกมา 10 เปอร์เซ็นต์มันไม่ได้ อย่างนี้ผลที่สุดเมื่อแก้ไม่ได้ก็ฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้น เหมือนกับเขียนเพื่อเปิดทางให้รัฐประหารไปเรื่อยๆ ดังนั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มันต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ใช้ได้และสอดคล้องเข้ากับสถารณ์ในช่วงเวลานั้น
จี้เขียนเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ประชาชน ให้ชัด
ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. เปิดเผยถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า นอกจากมีจุดเด่นในเรื่องความพยายามที่จะป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว จุดด้อยที่ควรปรับปรุงแก้ไข คือ หมวดที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ดังนี้ 1.โครงสร้างด้านสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะสิทธิที่เกี่ยวกับชุมชนถือว่าถอยหลัง เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติไว้ชัดเจนให้บุคคลและชุมชนที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพสามารถใช้สิทธิทางศาลได้ รวมทั้งประชาชนก็คุ้นชินกับการต่อสู้รักษาสิทธิของตนเองและชุมชนตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ขณะที่ร่างฯ นี้ไม่มีบัญญัติไว้ชัดเจนทำให้ไม่มีหลักประกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิชุมชน 2.เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เคยบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ ปี 2540 และ ปี 2550ได้บัญญัติไว้ชัดเจน เช่น มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 บัญญัติว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิและเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง รวมถึงมาตรา 26 ก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ และมาตรา 28 ก็บัญญัติว่า บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่พอมาถึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในร่างฯนี้ กลับไม่ชัดเจนทั้งๆ ที่เคยมีหลักวางไว้แล้ว กรธ. จึงควรทำให้ชัดเจน
นายองอาจ กล่าวว่า 3.สิทธิในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน โดยเฉพาะอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่ชัดเจนเพียงพอยังขาดหลักการสำคัญ ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2540 และ ปี 2550 มีความชัดเจนมากกว่านี้ จึงอยากฝากถามว่าในเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีความชัดเจนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่ได้ผลมาแล้ว ทำไมจึงไม่รักษาความชัดเจนเหล่านี้ไว้ พร้อมขอเรียกร้องให้ กรธ.ปรับปรุงแก้ไขร่างฯนี้ ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพให้มีความชัดเจน พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ร่างฯมีความสมบูรณ์มากที่สุดต่อไป
เหน็บกรธ. ให้เขียนไปเลยว่าไม่ต้องมีนักการเมือง
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่า อยากให้เปิดใจกว้างรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนทุกภาคส่วน แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ เพราะในประเด็นต่างๆที่มีการทักท้วงนั้นล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผล แต่ที่นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. บอกว่าจะไม่ตามใจพวกนักการเมือง เพราะมีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตน เมื่อกรธ. ไปปิดกั้นนักการเมืองจึงไม่พอใจ เป็นการคิดที่ดูถูกนักการเมืองเกินไป หลายเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ท้วงติงล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อระบบการถ่วงดุล ระบบประชาธิปไตย เป็นประโยชน์กับประเทศ ถ้าคิดว่าทุกเรื่องที่นักการเมืองเสนอเป็นเรื่องผลประโยชน์และชิงชังนักการเมืองมาก ก็แก้ร่างรัฐธรรมนูญไปเลยว่าไม่ให้มีนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนเพราะคิดชั่วทุกคน แล้วก็ให้ความสำคัญกับนักฉวยโอกาสที่ขณะนี้ทุกคนคิดว่าเป็นคนที่ดี
นายราเมศ กล่าวว่า หลายเรื่องที่ท้วงติงเป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน เช่นเรื่องสิทธิของประชาชนที่ กรธ. เห็นว่าควรฝากชีวิตของประชาชนไว้กับอำนาจรัฐเลยตัดออก เรื่องนี้คิดผิดแน่นอน เหตุใดไม่ร่างให้มีทั้งสิทธิของประชาชนและหน้าที่ของรัฐก็จะเกิดความสมบูรณ์ เหตุใดไม่ยกหมวด 3 ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยมาใส่ทั้งหมด นี้คือข้อท้วงติงมีส่วนไหนบ้างเป็นประโยชน์ส่วนตน นี้คือการทวงสิทธิ์ของประชาชนคืน ทั้งสิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในด้านการศึกษา สิทธิเสรีภาพสื่อ ซึ่งเสียงสะท้อนที่เป็นประโยชน์กับประชาชนกับประเทศ หากไม่ได้รับการปรับปรุง เมื่อประชามติทุกคนก็มีสิทธิคิดเหมือนกันว่าจะทำอย่างไร





