วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองอสส.ปัดสัมภาษณ์'ปลัดพาณิชย์' ไม่กระทบคดีจำนำข้าว

รองอัยการสูงสุดยันบทสัมภาษณ์ ปธ.กก.สอบความผิดทางละเมิดจำนำข้าว– ปลัดพาณิชย์ บัญชีความเสียหายข้าวลงผิดพลาด ไม่กระทบรูปคดีฟ้องอดีตนายกฯ

นายชุติชัย สาขากร รองอัยการสูงสุด ซึ่งรับผิดชอบคณะทำงานอัยการสำนวนคดีรับจำนำข้าว – ระบายข้าวรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กล่าวถึงกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการจำนำข้าว ระบุว่า ตัวเลขที่ประชาชนได้รับในส่วนต่างราคาจำนำข้าวไม่คิดเป็นความเสียหาย รวมทั้งปลัดกระทรวงกระพาณิชย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การปิดบัญชีรับจำนำข้าวรอบปี 2558 ที่กระทรวงการคลังระบุมีข้าวหายจากสต๊อก 390,000 ตันนั้นเป็นการลงบัญชีผิดพลาดและยังไม่ได้ข้อสรุปทางบัญชี ว่า กรณีดังกล่าวไม่มีผลต่อการนำสืบพยานพิสูจน์ข้อเท็จจริง คดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการจำนำข้าว ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้นายจิรชัย เป็นหนึ่งในบัญชีพยานอัยการที่จะต้องให้ศาลไต่สวน   

นายชุติชัย รองอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า การจำนำข้าว อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องพิสูจน์ถึงเจตนาการกระทำว่าได้มีการดำเนินการสุจริตหรือไม่ ส่วนตัวเลขความเสียหายนั้นไม่ว่าจะมากหรือน้อยแต่ถ้าพบความเสียหายเกิดขึ้นแล้วแม้เพียงเล็กน้อย ถือว่าเป็นความผิดเข้าองค์ประกอบกฎหมายแล้ว ส่วนที่ทนายความจำเลย จะนำประเด็นดังกล่าวต่อสู้คดีในชั้นศาล ก็เป็นเรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของจำเลย และศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย  

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ ได้สรุปตัวเลขความเสียหายทางแพ่ง จากการกระทำละเมิดของเอกชน 15 ราย ที่ทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ในสำนวนคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกข้าราชการ และเอกชน รวม 21 ราย กว่า 1.8 หมื่นล้านบาทนั้น  นายชุติชัย รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการ ได้รับสำนวนสรุปมูลค่าความเสียหายของเอกชน 15 รายแล้ว และขณะนี้กำลังดำเนินการร่างคำร้อง เพื่อยื่นเป็นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องนายบุญทรงกับพวก ภายในเดือน มี.ค.นี้ ก่อนเริ่มการไต่สวนพยานนัดแรก โดยเรื่องของอายุความ ความผิดทางแพ่งนั้นอายุไม่ได้สิ้นสุดใน 1 ปีที่มีกระแสข่าวจะสิ้นสุดสิ้นเดือน ก.พ.นี้ เพราะคดีทุจริตระบายข้าวเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ดังนั้นจะนับอายุความจากคดีอาญาที่ยาวกว่า คือประมาณ 15 – 20 ปี   

ส่วนการดำเนินการเรื่องความผิดทางแพ่งในกลุ่มของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ , นักการเมือง และข้าราชการนั้น กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ต้องเป็นผู้สรุปตัวเลขแล้วออกคำสั่งให้มีการรับผิดทางละเมิด ซึ่งคำสั่งนั้นมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองแล้วตามขั้นตอนเมื่อให้ข้าราชการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ต้องดำเนินการบังคับคดีให้ยึดเอาทรัพย์ซึ่งกระทรวงคลังจะส่งเรื่องมาให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งบังคับคดีนำเอาทรัพย์มาชดใช้ค่าเสียหายจากความรับผิดทางละเมิด โดยคดีจะมีอายุความที่อัยการต้องยื่นฟ้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทรวงการคลังออกคำสั่งให้ชดใช้ แต่ขณะนั้นอัยการ ยังไม่ได้เรื่องจากกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการดังกล่าว     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีโครงการจำนำข้าวที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เป็นจำเลยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานอัยการโจทก์ ครั้งที่สอง ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น. โดยอัยการเตรียมพยานให้ศาลไต่สวน รวม 4 ปาก ประกอบด้วย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. อดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว , น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นนักวิชาชีพการตรวจสอบบัญชี ที่จะเบิกความประเด็นหลักการทางบัญชี , น.ส.ศิรสา กันต์พิทยา รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน.) สังกัดกระทรวงการคลัง เบิกความเรื่องหนี้สาธารณะ และนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เบิกความการเบิกจ่ายเงินให้กับชาวนามีจำนวนมาก-น้อยเพียงใด