วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.นัดถกพรบ.ยุทธศาสตร์ชาติ16ก.พ.นี้

สปท.นัดถก พร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 16 ก.พ. กำกับให้ทุกรบ. ต้องเดินตามแผน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้บรรจุวาระการประชุม ในการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ เป็นประธาน ในวันที่ 16 ก.พ. โดยมีทั้งสิ้น 5 หมวด 61 มาตรา เข้าสู่ที่ประชุม สปท. โดยมีเนื้อหาสำคัญที่คณะกรรมการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีจำนวน 25 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆอีก 22 คน ที่มาจากการสรรหา มีหน้าที่กำหนดแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์ที่ต้องครอบคลุมอย่างน้อย 12 ด้าน คือ 1.ความมั่นคงทางทหาร 2.การเมือง 3.การบริหารราชการแผ่นดิน 4.กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 5.การปกครองท้องถิ่น 6.การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 7.เศรษฐกิจ การเกษตร การอุตสาหกรรม การบริการ การเงิน การคลัง และงบประมาณ 8.พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการผังเมือง 9.สาธารณสุข 10.การคมนาคมและเทคโนโลยีการสื่อสาร 11.สังคม ศิลปะและวัฒนธรรม 12. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและอื่นๆ

ทั้งนี้การจัดทำและการดำเนินนโยบายหรือแผนงานของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งหน่วยงานและองค์กรของรัฐ จะต้องอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ และแผนยุทธศาสตร์ชาติจะมีผลผูกพันรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีทุกสมัย พร้อมทั้งมีอำนาจตรวจสอบการไม่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติของรัฐสภา ครม. องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ และเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ ในกรณีพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ จนทำให้ประเทศเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง แต่ไม่มีการทุจริต ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เสนอต่อวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ แต่หากพบการทุจริต ก็ให้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ในส่วนที่สอง คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จำนวนไม่เกิน 29 คน มาจากหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ 17 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 12 คน โดยมาจากการสรรหาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแล ผลักดันให้มีการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ ติดตามตรวจสอบ และประเมินผล ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการ รวมถึงรวบรวมข้อมูลความเห็นและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ ให้สะท้อนความต้องการของประเทศ และประชาชน