"ดีเอสไอ"คาดชี้มูลความผิดสำนวนคดี"ธัมมชโย" ฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นภายในเดือนก.พ.นี้ ย้ำดำเนินการเฉพาะคดีอาญา ไม่ยุ่งเรื่องวินัยสงฆ์
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวถึงการสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและรับของโจรกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และพระเครือข่าย ซึ่งได้รับเช็คที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทว่า คดีดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของพนักงานอัยการที่ส่งเรื่องมายังดีเอสไอเมื่อวันที่ 29 ม.ค.เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการ ในส่วนของวัดพระธรรมกายและเครือข่ายมีข้อเท็จจริงชัดเจนจากการสอบสวนเส้นทางการเงินก่อนหน้านี้ว่ามีการรับเช็คจำนวนดังกล่าวไปจริง
หลังจากนี้ ต้องสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดใดระหว่างฟอกเงินหรือรับของโจร โดยต้องพิสูจน์เจตนาเป็นหลัก ซึ่งกรณีการฟอกเงินคือต้องดูทั้งเจตนา มีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่หากไม่มีมูลหนี้ต่อกันก็ถือเป็นข้อสังเกตเรื่องเจตนาว่าต้องรู้หรือควรรู้ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการยักยอกหรือไม่ ส่วนกรณีรับของโจรต้องพิจารณาว่าได้รู้มาก่อนหรือไม่ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิดซึ่งทั้ง 2 ข้อหามีอายุความต่างกัน โดยคดีฟอกเงินมีอายุความ 15 ปี ส่วนข้อหารับของโจรมีอายุความ 5 ปี
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชุดสอบสวนเส้นทางการเงินมีข้อมูลการสอบสวนพอสมควรแล้ว ดังนั้นจะต้องเรียกสอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่คาดว่าจะใช้เวลาสอบสวนอีกไม่มาก ภายในเดือนก.พ.นี้น่าจะสามารถชี้มูลความผิดได้ ส่วนกรณีที่การชี้มูลความผิดเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับวินัยสงฆ์หรือไม่ ในส่วนที่ดีเอสไอดำเนินการเป็นเรื่องของคดีอาญา และขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรื่องวินัยประเด็นรับเช็คสหกรณ์





