วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'แจงรณรงค์รับ-ไม่รับร่างรธน. หลัง29มี.ค.

เคาะแก้รธน.ชั่วคราว57ปลดล็อคปมนับเสียงประชามติ “วิษณุ”คาดรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรธน.ได้หลัง 29 มี.ค.

นายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติว่าที่ประชุมเห็นว่า เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติมีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้อยคำในมาตรา37 และ37/1ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว2557นั้นแย้งกัน โดยมาตรา37 บัญญัติว่าในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติต้องมีการลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แสดงว่าจะต้องโหวต ยกตัวอย่างถ้าผู้มีสิทธิมีจำนวน 50 ล้านคนอยู่บ้าน30ล้านคน ออกมาเพียง 20 ล้านคน ลงมติแล้วยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะนำ 20 ล้านคนไปเทียบว่าเห็นชอบทั้งหมด แล้วเสียงไม่เห็นชอบ 30 ล้านคน มีจำนวนมากกว่า จะสรุปอย่างนั้นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการทักท้วงจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นดังกล่าว และอาจถือโอกาสแก้ไขในประเด็นอื่นไปด้วย ในกรณีที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน1-2 วันนี้ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่าง และเสนอที่ประชุมครม. และครม.เห็นชอบ คาดว่าจะใช้เวลาแก้ไขไม่เกิน1เดือน และหากมีประเด็นแถมอะไรจะจะเสนอไปในคราวเดียวกันด้วย 

นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.เสนอของบประมาณค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 4,200 ล้านบาท แต่ที่ประชุมเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่เหมาะสม ซึ่งใช้มากกว่าปี 2550 ที่ใช้ 3,000 ล้านบาท จึงขอให้ไปพิจารณาจะสามารถปรับลดส่วนใดบ้างโดยให้ไปดูเรื่องการจัดพิมพ์เอกสารว่าจะสามารถใช้ช่องทางอื่น เช่น ต่างประเทศใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์ หากจะต้องพิมพ์แจกจะต้องพิมพ์ประมาณ20ล้านเล่ม มากกว่าจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 18.6 ล้านครัวเรือน ที่มีสิทธิ์ออกเสียง ซึ่งยังเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสม ซึ่งทางสำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นว่าจะสามารถปรับลดลงให้เหลือ 3,000 ล้านบาท ได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ยังเห็นว่าเงิน 3,000 ล้านบาทก็ยังมากไป 

นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนั้นที่ประชุมมอบให้กกต.กลับไปยกร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงประชามติ กลับมาให้รัฐบาลจะช่วยดูให้ว่าจะใช้มาตรา44จะออกเป็นพระราชกำหนด หรือพระราชบัญญัติ หากต้องการออกเป็นกฎหมาย สำหรับกการรณรงค์ร่างประชามติของกลุ่มต่างๆ นั้นจะมีมาตรฐานเดียวกันกับการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ไม่ได้ห้ามแสดงความเห็น แต่ห้ามบิดเบือน ฉ้อฉล กล่าวเท็จ ชี้นำไปทางใดทางหนึ่ง จะรณรงค์ไม่เห็นด้วยได้ แต่ต้องอยู่ในความสงบ แต่ต่อต้านอาจจะไม่ได้ ส่วนการเริ่มรณรงค์สามารถกระทำได้ ตั้งแต่วันที่ร่างสุดท้ายแล้วเสร็จ คือวันที่ 29 มี.ค.59 เป็นต้นไป ซึ่งในประเด็นนี้ทางกกต.ต้องเป็นเจ้าภาพไปจัดให้มีเวทีให้มีตัวแทน ชมรม องค์กร พรรคการเมือง ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ

โดยจะมีตัวแทนกรธ.มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นเวทีที่จะตอบคำถามสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เวทีให้มาโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายการเมือง โดยยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนเนื่องจากต้องรอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะเปิดเวทีได้ สำหรับกำหนดวันลงประชามติในเบื้องต้นเห็นชอบตามที่กกต.เสนอคือวันที่31ก.ค.2559หรืออาจจะบวกลบเร็วหรือช้า 7 วัน และเห็นชอบให้ขยายเวลาปิดหีบบัตรลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00น.-16.00น. ขณะที่รูปแบบบัตรเลือกตั้งนั้นจะมีช่องลงคะแนนจำนวน 3 ช่อง คือ รับร่าง ไม่รับร่าง และช่องไม่ประสงค์ที่จะลงคะแนน 

รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ขณะที่การประกาศผลประชามตินั้น เดิมนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ประกาศ แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่าไม่ขอประกาศเพราะไม่ใช่ผู้จัดการเลือกตั้ง จึงต้องระบุไว้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวด้วยว่า ให้กกต.เป็นผู้ประกาศผลการลงประชามติ ในส่วนกรธ.ที่ประชุมมอบหมายให้ไปสรุปร่างรัฐธรรมนูญอย่างง่ายเพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมวันนี้ไม่ได้หารือในประเด็นว่าหากประชามติไม่ผ่านจะดำเนินการอย่างไร เพราะเรื่องนี้ไม่เหมาะที่จะคุยในวงประชุมนี้