"พล.ต.ท.ณัฐธร"เร่งขยายผลจับกุมเครือข่ายพาสปอร์ตปลอมรายใหญ่ เพราะกระทบความมั่นคงระหว่างประเทศ
จากกรณีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติปลอมหนังสือเดินทางจำนวน 6 คน พร้อมยึดของกลางหนังสือเดินทางปลอมจำนวน 173 เล่ม และอุปกรณ์ทำหนังสือเดินทางปลอมอีกหลายรายการเมื่อวานที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า การเข้าจับกุมนายฮามิด เรซา จาฟารี สัญชาติอิหร่าน ผู้ต้องหาปลอมแปลงพาสปอร์ตปลอม ที่ถูกจับได้ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุคคลที่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องการตัว เพราะมีประวัติเกี่ยวข้องกับปลอมแปลงพาสปอร์ตมาแล้วหลายประเทศ ก่อนจะสืบสวนพบว่า นายฮามิด หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย จึงได้เข้าจับกุมพร้อมของกลางอุปกรณ์ในการทำพาสปอร์ตปลอมจำนวนมาก
นายฮามิด ในวงการปลอมพาสปอร์ตรู้จักกันในนาม “ด็อกเตอร์” มีพฤติกรรมเป็นนักปลอมแปลงพาสปอร์ตคุณภาพสูง และปลอมแปลงพาสปอร์ตปลอมมานาน มีทั้งปลอมขึ้นมาทั้งเล่ม และปลอมบางส่วน คือ ปลอมแค่รูปถ่ายของผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่ 3 แต่หนังสือเดินทางเป็นของจริงที่ไปขโมยมา ในราคาเล่มละ 5-8 หมื่นบาท ซึ่งพาสปอร์ตที่ปลอมขึ้นมานั้นที่มีคุณภาพสูง หรือที่เรียกว่า เกรด “AAA” หรือ “Mirror Grade” ส่งขายให้กับขบวนการลักลอบส่งคนไปยังประเทศที่สามในกลุ่มยุโรป โดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง หรือชาวอิหร่าน ที่เป็นลูกค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นนายหน้าชาวปากีสถาน ที่ทำหน้าที่หาลูกค้ามาให้กับนายฮามิด
“เรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการปลอมหนังสือเดินทางนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส ที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศที่ 3 หรือไม่ แต่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างประเทศ ที่ต้องการส่งคนไปยังประเทศที่ 3 อย่างแน่นอน ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะต้องเข้มงวดตรวจสอบ หากพบหนังสือเดินทางเล่มไหนผิดปกติ เครื่องตรวจจะส่งสัญญาณให้ทราบ เจ้าหน้าที่จะนำหนังสือเดินทางเข้าเครื่องตรวจสอบ VSC6000 เพราะสามารถตรวจสอบได้ละเอียดกว่า ซึ่งเครื่อง VSC6000 มีประจำทุกสนามบินในประเทศไทย ผมยอมรับว่าการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นรายใหญ่สุดเท่าที่ตำรวจเคยจับกุมมา” ผบช.สตม. เปิดเผย
นอกจากนี้จากการสอบสวนพบว่านายฮามิด มีบ้านอยู่ในประเทศไทยหลายหลัง ทั้งที่เคหะหนองจอก กรุงเทพมหานคร และที่หมู่บ้านทรัพย์กมล ถ.สุวินทวงศ์ ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยที่บ้านเช่าที่เคหะหนองจอก เป็นสถานที่ๆ รองรับเพื่อนชาวต่างชาติที่ไปมาหาสู่กัน ส่วนที่หมู่บ้านทรัพย์กมล เป็นแหล่งผลิตหนังสือเดินทางปลอม โดยชั้นล่างเปิดเป็นขายสินค้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บังหน้า
จากการสืบสวนพบว่า นายฮามิด ได้ใช้หนังสือเดินทางปลอมอยู่ 6 เล่ม แบ่งเป็นประเทศบลาชิล 3 เล่ม เปรู 1 เล่ม โปรตุเกส 1 เล่ม และนิวซีแลน 1 เล่ม เพราะจะใช้ปิดบังตัวเองตลอด ส่วนเบอร์โทรศัพท์ก็จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเช่นเดียวกัน เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม ส่วนอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ปลอมหนังสือเดินทางผู้ต้องหารายนี้สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ มีความชำนาญในการปลอมพาสปอร์ต ใช้เทคโนโลยีในการผลิตระดับสูงทำให้ยากต่อการตรวจสอบว่าเป็นพาสปอร์ตปลอม ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบอุปกรณ์เหล่านี้
สอดคล้องกับข้อมูลของแหล่งข่าวในชุดสืบสวนของสตม. ที่พบว่า ผู้ที่กระทำผิดปลอมหนังสือเดินทางที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยและใช้ประเทศไทยเป็นฐานการกระทำความผิด เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ จึงทำให้คนภายนอกมองว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตหนังสือเดินทางปลอม ทั้งที่ความจริงแล้วผู้ที่กระทำผิดที่ตำรวจจับกุมตัวได้เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย และยิ่งในปัจจุบันการปลอมหนังสือเดินทางเรียกได้ว่ามีหลายประเทศที่ปลอมกันขึ้นมาเองทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้เมื่อปี2550 ย่านที่ปลอมแปลงหนังสือเดินทางมากที่สุด คือ ซอยนานา และแถวสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ซึ่งในแต่ละปีสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายร้อยคน เเต่ปัจจุบันลดน้อยลง จากสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปลอมแปลงหนังสือเดินทางทำได้ยากขึ้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบอย่างละเอียด
ขณะที่พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สส.สส.กก.1 สตม. เปิดเผยว่า การปลอมแปลงหนังสือเดินทางปลอมจะมีอยู่ 3 รูปแบบ คือปลอมทั้งเล่ม โดยจะทำหนังสือเดินทางขึ้นมาใหม่ทั้งเล่ม และการปลอมเฉพาะบางส่วน หรือการผ่าเล่ม คือการใช้หนังสือเดินทางของจริงของผู้อื่น แล้วเปลี่ยนเอารูปของผู้ถือหนังสือเดินทางนั้นใส่แทน ซึ่งรูปแบบนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะทำให้ตรวจสอบยาก และรูปแบบสุดท้ายคือการปลอมหน้าเหมือน โดยหนังสือเดินทางจะเป็นฉบับจริงทั้งเล่ม แต่ให้ผู้ที่ต้องการเดินทางมีหน้าตาคล้ายคลึงกับรูปผู้ถือหนังสือเดินทาง นำไปใช้ในลักษณะ“หน้าเหมือน”ซึ่งรูปแบบนี้จะไม่สามารถตรวจสอบได้ถ้าหากคนถือหนังสือเล่มนั้นไม่สามารถบอกประวัติส่วนตัวได้ ส่วนราคาซื้อขายพาสปอตต่อ 1 เล่ม จะมีตั้งเเต่หลักพันบาทถึงหลักหลายหมื่นบาท แล้วแต่ความยากง่ายในการปลอม
ขณะที่วิธีการตรวจสอบหนังสือเดินทาง จะต้องสังเกตุเส้นใยนิรภัย ซึ่งจะถูกผสมลงไปอยู่ในเนื้อกระดาษ ว่าเส้นใยนั้นฝังตัวหรือเรืองแสงหรือไม่ รวมถึงกระดาษ ลายน้ำ การพิมพ์หมึกนูน เป็นต้น ซึ่งจะต้องเข้าเครื่องตรวจสอบ เพราะมีความละเอียดค่อนข้างสูง


