สปท. มีมติส่งความเห็นร่างรธน.ต่อกรธ. "ปานเทพ"เสนอประชาชน ถือเป็นผู้เสียหายฟ้องคดีโกงได้ ด้าน"วรวิทย์"ไม่เห็นด้วยต่ออายุสปท. 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ซึ่งมีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่ออภิปรายแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวอภิปรายว่า หลักการเนื้อหาส่วนใหญ่ในร่างรัฐธรรมนูญมีความเหมาะสมแล้ว แต่ใน หมวด4 หน้าที่ปวงชนชาวไทยกำหนดให้เป็นหน้าที่ให้ความร่วมมือกับการทุจริต ควรเพิ่มเนื้อหาว่ามีหน้าที่ต่อต้าน รวมถึงให้ข้อมูลเบาะแส เฝ้าระวังเรื่องการทุจริตด้วย
นายปานเทพ กล่าวว่า ควรกำหนดหลักการการปราบปรามทุจริตที่มีประสิทธิภาพ คือ 1.กำหนดให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องในคดีทุจริตได้ 2.กำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยผลการจัดซื้อจัดจ้างและการเงินการคลังให้ประชาชนรับทราบ 3. กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง ผู้สมัครเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองต้องแสดงแบบรายการภาษีย้อนหลัง3 ปี หากฝ่าฝืนหรือแสดงเท็จให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง 4.กำหนดไม่ให้คุ้มครองสมาชิกรัฐสภาในสมัยประชุมสามัญกรณีทุจริตต่อหน้าที่ 5. กำหนดให้ฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมาธิการสามัญตรวจสอบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ 6.กำหนดห้ามข้าราชการ อัยการ ต้องไม่เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ และ ที่ปรึกษาด้านการเมือง 7. กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการปปช. ต้องรับหรือ เคยรับราชการระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า3 ปี เพราะกำหนด5 ปีนั้นยาวนานเกินไป และ8. กำหนดการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหน้าที่ข้าราชการฝ่ายประจำ
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สปท. กล่าวว่า การปราบปราบการทุจริตเป็นหนึ่งในการปฏิรูปตัดวงจรอุบาทว์ ซึ่งวงจรนี้ทำให้การเมืองเราเปลี่ยนผ่านไม่ได้ ดังนั้นเราต้องตัดวงจรนี้ เชื่อว่าคนดีจะเข้ามา โต๊ะอาหารถ้าไม่มีเศษอาหาร มด แมลงสาบไม่เข้ามา ดังนั้นจึงต้องจัดการการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ การกำหนดให้คนดีเข้าสู่การเมืองจะต้องเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองจะต้องเปิดเผยบัญชีย้อนหลัง 5 ปี ที่สำคัญม.45(4)ที่เขียนว่ารัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์และเป็นที่ประจักษ์ เขียนไว้ดี แต่บอกว่ารัฐมนตรีไม่ต้องเปิดเผยบัญชีภาษี รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนสร้างมาตรการยาแรงไว้ปลายทางทำให้ระบบช็อต ทำไมไม่ให้ประชาชนเป็นด่านแรกในการตรวจสอบการทุจริต จะทำให้การแก้ปัญหาได้ดีมาก ส่วนการปฏิรูปตำรวจต้องชมว่ากรธงมีความกล้าหาญแต่การปฏิรูปตำรวจควรจะปฏิรูปสำนึกก่อนและจะใช้กลไกธรรมดาไม่ได้ การให้สปท.อยู่ต่ออีก1 ปีไม่มีประโยชน์ การปฏิรูปตำรวจจะต้องทำอีก10-20 ปี ควรให้ส.ว.ทำ แต่ส.ว.ก็มาจาก20 กลุ่มอาชีพก็ทำไม่ได้อีกเพราะคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นใครและต้องมีการซื้อเสียง จึงควรให้ส.ว.มาจากการสรรหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสมาชิกอภิปรายเสร็จแล้วเสียงส่วนใหญ่ 179 เสียงมีมติเห็นควรให้ ควรรวบรวมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นส่งให้กรธ.พิจารณา และยังมีมติ 178 เสียงต่อ 1 เสียง ให้กมธ.ขับเคลื่อนฯแต่ละคณะส่งความเห็นเป็นเอกสารเพื่อส่งให้กรธ.ต่อไป





