กทม.หวั่นภัยแล้งรุนแรงหลังน้ำคลองลด เสี่ยงภาคเกษตรกระทบหนัก เหตุน้ำ 3 เขื่อนหลักมีน้อย เล็งนำน้ำพื้นที่แก้มลิง ไล่น้ำเสีย-รักษาระบบนิเวศน์
นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กทม.จัดเก็บผักตบชวาตามแม่น้ำ คู คลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้หมดภายในสิ้นเดือน มี.ค.2559 เพื่อให้มีพื้นที่เก็บกักน้ำในช่วงฤดูแล้ง ไม่กีดขวางทางระบายน้ำ รวมถึงช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ขณะนี้สำนักการระบายน้ำได้วางแผนการจัดเก็บวัชพืชและผักตบชวาระยะเร่งด่วน จำนวนทั้งสิ้น 1,161 คลอง รวมความยาว 2,272 กิโลเมตร ซึ่งได้เริ่มจัดเก็บมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 โดยปัจจุบันกทม.ได้จัดเก็บไปแล้วจำนวน 545 คลอง ความยาวรวม 1,002 กิโลเมตรหรือประมาณร้อยละ 44 ของแผนดำเนินการ แต่การแก้ไขปัญหาผักตบชวาระยะยาวจะต้องควบคุมการเกิดและแพร่กระจายของผักตบชวาให้มีความหนาแน่นน้อยกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ผิวน้ำ โดยสำนักการระบายน้ำจะจัดเก็บอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พร้อมกับดำเนินมาตรการอื่น ๆ ควบคู่ไป อาทิ ติดตั้งจุดสกัดผักตบชวา ขุดลอกคูคลอง ติดตั้งเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวคูคลองให้เข้ามา มีส่วนร่วมจัดเก็บผักตบชวาบริเวณหน้าบ้าน
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ เริ่มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรอบนอกที่ทำการเกษตรอาจประสบปัญหาภัยแล้งเร็วกว่าปกติ จากเมื่อปีก่อนประสบปัญหาภัยแล้งประมาณช่วงเดือน เม.ย.แต่ในปีนี้อาจจะเกิดเร็วขึ้นเนื่องจากน้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้อย การปล่อยน้ำให้ไหลลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจึงมีปริมาณน้อยตามไปด้วย ประกอบกับในช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงและมีน้ำทะเลหนุนสูงจนเกิดภาวะน้ำเค็มรุกขึ้นมา ตั้งแต่ปากอ่าวไทยจนถึงช่วงเทเวศน์ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อพืชและต้นไม้ ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เพื่อการเกษตร ดังนั้นสำนักการระบายน้ำจึงได้มีการปิดประตูระบายน้ำไม่ให้น้ำเค็มจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามา เพื่อรักษาคุณภาพน้ำในคลองให้ประชาชนยังใช้ประโยชน์ได้
ทั้งนี้ คลองบางแห่งอาจมีระดับน้ำต่ำลงไปเรื่อยๆ และอาจเกิดการเน่าเสียหรือส่งกลิ่นเหม็นได้เพราะไม่มีน้ำเข้ามาช่วยหมุนเวียน ขณะที่การจะถ่ายเทไหลเวียนน้ำหรือเปิดรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในคลอง เพื่อช่วยในการเจือจางความเน่าเสียก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากจะทำให้น้ำเค็มไหลเข้ามาตามคลองในพื้นที่กรุงเทพฯเพิ่มมากขึ้น แต่สำนักการระบายน้ำจะนำน้ำจากแหล่งน้ำที่เก็บกักไว้หรือในแก้มลิงที่ยังพอมีอยู่ ใช้หมุนเวียนไล่น้ำเสียให้ได้มากที่สุด และเพื่อรักษาระบบนิเวศไปจนถึงต้นฤดูฝนปีนี้ รวมถึงจะนำน้ำจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่คลอง เพื่อช่วยเจือจางน้ำให้มีคุณภาพดีขึ้น พร้อมทั้งนำไปใช้ในการรดต้นไม้ในสวนสาธารณะของกทม.ต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือจากกลุ่มเกษตรกร และผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดให้มากที่สุดอย่างจริงจัง เพื่อให้การใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดจะเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศช่วงฤดูแล้งไปจนถึงฤดูฝนด้วย





