สนช.มีมติตั้งกมธ.ศึกษาปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการ ทำให้ประเทศเสียหาย
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 170 เสียงเห็นชอบญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมน์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ที่พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง สมาชิกสนช.ได้เสนอ ว่า ระบบราชการประกอบด้วยข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆจำนวนกว่า 2 ล้านคน เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการของรัฐบาลในการบริหารบ้านเมืองให้สำเร็จลุล่วงและมีประสิทธิภาพ และตั้งแต่ปี 2545 ได้มีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ ได้มีกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆมากมายเพื่อให้การบริหาราชการเป็นไปอย่างมีคุณธรรม
แต่ปรากฎว่าผู้มีอำนาจในระบบราชการกลับไม่ได้ยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจังเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการและประเทศชาติ ทั้งนี้ผลการวิจัยของธนาคารโลก ในปี 2556 พบว่าประสิทธิผลของรัฐบาล ปัญหาคอร์รัปชั่นในระบบราชการไทยตกอันดับลงไปจากเดิม ขณะที่ผลการสำรวจของนักธุรกิจ ของเวิรด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ได้จัดอันดับระบบเล่นพรรคเล่นพวกหรือระบบอุปถัมภ์ของข้าราชไทยอยู่ที่อันดับ 93 จาก 148 ประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการไทย
พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ระบบอุปถัมภ์เกิดจากสภาพปัญหาของสังคมไทยและคนไทยที่นิยมยกย่องนับถือคนรวย นิยมการเคารพยกย่องและห้อมล้อมผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ นิยมการปประจบสอพลอชอบยึดถือตัวบุคคลมากกว่าหลักการ ซึ่งระบบอุปถัมภ์อยู่คู่สังคมไทยมานายหลายร้อยปี จนกลายเป็นค่านิยมและวัฒนธรรมที่ไม่ดีของคนไทย ซึ่งระบบนี้อาจมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ระบบชุบเลี้ยง ระบบเล่นพรรคเล่นพวก นอกจากนี้ระบบอุปถัมภ์ยังเอื้อประโยชน์ให้นำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชั่นที่เพิ่มมากขึ้นในระบบราชการไทย
ขณะที่ข้าราชการไทยขาดจิตสำนึกในการปกิบัติหน้าที่ที่ดีทำหน้าที่เพียงตอบแทนบุญคุณผู้มีอำนาจ อีกทั้งต่างประเทศขาดความเชื่อถือต่อประเทศไทย จะส่งผลเสียต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติในระยะยาว ดังนั้นสนช.จึงควรศึกษาว่าระบบอุปภัมภ์ในระบบราชการจะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและระบบราชการอย่างไร และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมนำไปสู่วาระแห่งชาติให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้





