วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มีชัย'แจงร่างรัฐธรรมนูญ ยันไม่ลดสิทธิ-เสรีภาพปชช.

"มีชัย"แจงสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ยันไม่ลดสิทธิ-เสรีภาพปชช. และไม่เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระใด แจงปรับรูปแบบเลือกส.ว.เป็นมาตรการใหม่ไม่อิงการเมือง

การประชุมชี้แจงต่อสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. โดยนายมีชัย ชี้แจงสาระสำคัญว่าร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำตามกรอบที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35 เพื่อเป็นทางออกและแก้ไขวิกฤตของประเทศชาติ รวมถึงขจัดการทุจริตป้องกันคนไม่สุจริตเข้าสู่ทางการเมือง ทั้งนี้ก่อนการยกร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.ได้ปรึกษาถึงการดำเนินงานและมีบทสรุป คือ ร่างรัฐธรรมนูญจะขึ้นใหม่เพื่อไม่ถูกบทบัญญัติเดิมเป็นอุปสรรคทำรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์แบบและทำให้เนื้อหากระชับนอกจากนั้นได้มุ่งประเด็นทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหา 3 เรื่อง คือ ปัญหาการทุจริตที่บางส่วนของสังคมให้การยอมรับการกระทำ รวมถึงแก้ปัญหาความไม่มีวินัยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงกลไกกฎหมายที่ไม่เข้มงวด

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า การร่างรัฐธรรมนูญส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน หากเขียนแบบจาระไนเหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ซึ่งมีความหมายว่าต้องเขียนเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ ดังนั้นการเขียนของกรธ. เพื่อให้เกิดความชัดเจนตามหลักสากล คือ คนไทยมีสิทธิเสรีภาพทั้งปวง ยกเว้นที่ถูกจำกัดหรือห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมาย ทั้งนี้มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลอาจออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิ กรธ.ได้เขียนบทบัญญัติไว้ว่าการออกกฎหมายใดๆ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่เกินสมควรแก่เหตุและออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้รัฐออกกฎหมายใดเพื่อเป็นภาระใดของประชาชน และเพื่อให้สิทธิและเสรีภาพไม่เกิดปัญหาของสังคมได้กำหนดว่าการใช้สิทธิและเสรีภาพต้องไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพบุคคลอื่น

"การเขียนสิทธิและเสรีภาพเดิมจะเขียนไว้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพ เท่ากับเป็นการเขียนไว้ลอยๆ และรับรองเฉพาะบุคคล กรธ.คิดว่าการมีสิทธิและเสรีภาพมี 2 ประเภท คือ ปัจเจกชน การคิด เขียน และสิทธิที่อยู่ ทั้งนี้สิทธิของส่วนรวมที่ทุกคนต้องมี ดังนั้นกรธ. คิดว่าเรากำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐเพื่อให้รัฐจัดการให้ประชาชนโดยประชาชนไม่ต้องเรียกร้อง หากรัฐบาลไม่ทำรัฐจะได้ชื่อว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบและระชาชนคนใดคนหนึ่งร้อให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้ โดยโทษจงใจไม่ปฏิบัติตามคือพ้นจากตำแหน่งและอาจมีโทษตามกฎหมาย ป.ป.ช.ที่กลัวว่าไม่เขียนไว้จะไม่ได้รับสิทธิ จึงไม่ต้องกลัว ด้วยกลไกเหล่านิ้สิทธิและเสรีภาพจึงไปอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ และแนวนโยบายของรัฐ"นายมีชัย กล่าว 

นายมีชัย กล่าวว่า ประเด็นทางการเมือง กรธ. ได้ปรับเนื้อหาในส่วนของส.ส. ด้วยการคำนึงถึงทุกเสียงของประชาชนที่มาลงคะแนน เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพบว่าเสียงที่มาลงคะแนน จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เลือกผู้สมัครส.ส. ที่ไม่ได้รับเลือกเป็นส.ส. จะหายไป ดังนั้นกรธ.จึงหาวิธีที่ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนทุกเสียงเกิดประโยชน์และให้ได้ตัวแทนของประชาชน ด้วยการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวผลสำรวจความเห็นของประชาชนเห็นชอบด้วยจำนวนมาก กรธ.ได้เดินหน้าและหามาตราการป้องกันทุจรติ ด้วยการให้อำนาจกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้หยุดการกระทำที่ไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรมขึ้นได้ทันที ขณะเดียวกันวางกลไกใครก็ตามที่ทุจริตการเลือกตั้งหากศาลตัดสินชี้ขาดว่าทุจริตจริง จะตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้รับเลือกตั้งอีกไม่ได้ตลอดไป บทลงโทษที่รุนแรงและกลไกที่ใหอำนาจ กกต. การทุจริตหรือไม่สุจริตการเลือกตั้งลดลง รวมถึงการลงคะแนนบัตรใบเดียวได้ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อทำให้ประชาชนได้กำลังใจในออกลงคะแนน เพราะทุกคะแนนจะได้รับนับถือและมีผลในทางการเมือง หากคนลงคะแนนมากขึ้นการทุจริตน่าจะทำได้ยากตามผลวิจัยของนักวิชาการ

"การป้องกันการทุจริต ได้กำหนดบทบัญญัติลักษณะต้องห้ามคนเป็นส.ส. สว รมต. นายกฯ ให้กว้างขึ้นโดยเฉพาะคนที่เคยทำผิดกฎหมายบางอย่าง เช่น ความผิดฐานฟอกเงิน, การค้ามนุษย์, การทุจริตต่อหน้าที่, การพนันฐานะเป็นเจ้ามือการพนัน ที่ศาลพิพากษาที่สุดต้องถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่ เพราะเคยกำหนดไว้แล้วในคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน"นายมีชัย กล่าว 

ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับบทบัญญัติว่าด้วยฝ่ายบริหาร กรธ.มองว่าการเมืองและการเลือกตั้งของประเทศไทยพัฒนาไปมาก โดยประชาชนย่อมรู้ถึงอนาคตและการบริหารบ้านเมือง ร่างรัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้พรรคการเมืองระบุรายชื่อบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนเป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 ชื่อต่อกกต. เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบ โดยพรรคมีสิทธิประชุมและคัดเลือกหาบุคคลของตนเองมาเป็นได้ ส่วนที่กังวลว่าจะมีคนนอกมาเป็นนายกฯ ขอให้พรรคการเมืองเขียนข้อบังคับพรรคว่าต้องเสนอคนที่เป็นส.ส.เท่านั้น ส่วนที่ กรธ.ไม่ได้ระบุชัดเจน เพราะช่วงที่เสนอชื่อต่อกกต. นั้นยังไม่มีผู้ใดได้เป็นส.ส. ส่วนที่มีบุคคลตั้งข้อสงสัยว่าพรรคเล็กอาจเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นนายกฯ ได้นั้น กรธ. มีบทบัญญัติเพื่อกันครหา คือ ให้คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ให้สภาฯ เลือกต้องมาจากพรรคการเมืองที่มีส.ส.ในสภา ไม่น้อยกว่า 25 คน ซึ่งถือว่าเป็นพรรคการเมืองระดับกลาง ไม่ใช่พรรคเล็ก ขณะที่ที่มาสว. ที่ให้เลือกกันเองผ่านการแบ่งกลุ่ม เพื่อตัดปัญหาหนักอกที่ ส.ว.นั้นมีความผูกพันกับฝ่ายการเมือง ส่วนข้อกังวลที่จะเกิดการฮั้วกันหรือจับมือสมัคร ได้ให้ กกต. ไปพิจารณาหาวิธี โดย กกต. รับปากไว้ว่า สามารถคิดได้และไม่ยาก 

ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่า ส่วนองค์กรอิสระ กรธ. ได้ปรับเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น คือกำหนดคุณสมบัติ คุณวุฒิและลักษณะต้องห้ามให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เพื่อให้อุ่นใจว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ อาทิ ต้องกล้าหาญในการใช้ดุลยพินิจ เพราะอยากให้กรรมการทำงานอิสระ ตรงไปตรงมา ใจกล้าตัดสินที่ถูกต้อง ทั้งนี้มีคนระบุว่ากรธ. เพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเหมือนยกรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรมนูญ คือการพูดไม่ได้อ่านและไม่ได้เทียบเคียง ทั้งนี้ในรัฐธรมนูญ พ.ศ.2540 อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมี 16 เรื่อง ส่วนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มี 18 เรื่อง ขณะที่ในร่างรัฐธรรมนูญ มี 17 เรื่อง มีเรื่องเดียวที่ไม่เคยมีมาก่อน คือ การวินิจฉัยความประพฤติที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรอิสระ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับส.ส., ส.ว. หรือรัฐมนตรี 

"อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่มีอยู่เดิมก็มีไว้ เปิดช่องหายใจให้กว้างขึ้นกรณีที่มีปัญหาในบ้านเมือง สามารถหาข้อยุตได้ เพราะที่ผ่านมาเขียนว่าให้ไปศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะมีปัญหาโต้แย้งในองค์กร เมื่อไม่เกิดปัญหาจึงไม่มีทางไป เราได้เปิดกว้างว่าเมื่อมีข้อสงสัยให้สามารถยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มีข้อท้วงติงว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงประชาชน ตนตอบได้ว่าไม่มีที่ไหนในโลกองค์กรตัดสินคดีความจะมาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจปลดผู้ใด ขณะที่การให้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปตามของเดิมที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา เช่น กรณีที่ให้สิทธิสมาชิกแห่งสภายื่นเรื่องต่อประธานแห่งสภาว่าเพื่อนสมาชิกในสภาผู้ใดที่สงสัยว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ โดยให้ประธานแห่งสภา ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าที่มีอยู่"ประธาน กรธ. กล่าว 

นายมีชัย. กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาความมีวินัย และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ร่างรัฐธรรมนูญ จึงกำหนดให้มีการปฏิรูปการศึกษาไว้ในบทเฉพาะกาล โดยกำหนดเวลาให้ทำแผนและลงมือทำตามแผนการศึกษาซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ก่อนวันเรียนให้ได้ภายใน 1 ปี เพื่อให้มีความหวังว่าคนจะมีวินัย รวมถึงปฏิรูปองค์กรตำรวจให้ได้ภายใน 1 ปี ส่วนของบทเฉพาะกาล ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์กรที่มีอยู่ปัจจุบัน ได้แก่ สนช. สปท. คสช. ครม. ให้ทำหน้าที่ไปจนถึงช่วงเวลาถ่ายเทไปสู่ครม.ชุดใหม่ที่เกิดภายหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของกรธ. จำนวน 21 คน ระดมสติปัญหาที่คิดว่าดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนในระยะยาว วิธีคิดของเราอาจมีข้อขาดตกบกพร่อง ดังนั้นกรธ.พร้อมรับฟังความเห็น