ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กสม.ติดตามเหตุพิพาทชาวไทยใหม่-ผู้อ้างสิทธิ์ที่ดินหน้าหาดราไวย์
กรรมสิทธิฯลงพื้นที่ ฟังความเหตุพิพาทที่ดินราไวย์
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร และคณะเดินทางลงพื้นที่ชุมชนชาวเลไทยใหม่ราไวย์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุทะเลาะวิวาทของชาวเลกับกลุ่มนายทุน ถึงปมข้อพิพาท ปิดเส้นทางเข้า – ออก ที่ดินหน้าหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต จุดที่นายทุนอ้างสิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 33 ไร่ เพื่อไม่ให้พี่น้องชาวเลใช้เป็นเส้นทางเข้า – ออก ไปประกอบพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ หรือพิธีบาลัย และเพื่อไปประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ที่พี่น้องชาวเลใช้เป็นเส้นทางสาธารณะร่วมกันนานนับร้อยปีแล้ว เป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทรุนแรง เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา
โดยนางเตือนใจ ได้เข้ารับฟังข้อเท็จจริงจากตัวแทนชาวเล และจากนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ถึงที่มาของเหตุพิพาทดังกล่าว และได้เดินทางไปดูสถานที่ที่พี่น้องชาวเลใช้ในการประกอบพิธีบาลัย ที่จะจัดให้มีการประกอบพิธีเป็นประเพณีประจำปีของชุมชน ปีละ 2 ครั้งในเดือน 6 และเดือน 11 เพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษ
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กล่าวภายหลังรับทราบข้อเท็จจริงจากชาวเลว่า กสม.มีหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองสิทธิของประชาชนโดยหน่วยงานของภาครัฐต้องเป็นไปตามกติกาสากลของสหประชาชาติที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 และ 27 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น เสียงสะท้อนของชาวบ้านที่อยู่ ในเหตุการณ์ เป็นที่สะเทือนใจมาก ทำไมภาคธุรกิจถึงได้รังแกชาวบ้าน ที่มีคุณภาพชีวิตซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างแออัด กว่า 200 ครัวเรือน มีปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้และไฟฟ้าไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็คิดว่าตระกูลโสภณพาณิชย์ จะได้ติดตามสถานการณ์ ภาคธุรกิจน่าจะได้เข้ามาประสารประโยชน์ร่วมกับคนพื้นเมืองให้ชาวเลอยู่ได้วิถีชีวิตของเขา
ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (2ก.พ.)พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล จะประชุมร่วมกับทางจังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ซึ่งคิดว่าน่าจะมีทางออกที่ดี





