วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นพ.แท้จริง'หนุนเว้นเก็บภาษีกล้องติดรถยนต์

"นพ.แท้จริง" หนุนเว้นเก็บภาษีกล้องติดรถยนต์ หวังกระตุ้นสังคมช่วยจับคนเมาแล้วขับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช ประธานมูลนิธิเมาไม่ขับ ซึ่งนำเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการเมาแล้วขับเข้าพบนานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ได้หารือหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเราซึ่งเกิดจากผู้ขับขี่และผู้ใช้เส้นทางจราจรดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับ จนเกิดผลกระทบกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยสถิติที่เกิดจากเมาแล้วขับนั้นปีละจำนวนเป็นหมื่นคน และสถิติอุบัติเหตุจากการจราจรทางบกของไทยนั้นอยู่ในอันดับ 2 ของโลก ซึ่งจำนวนไม่ลดลงจึงต้องการให้รัฐบาลผลักดันและสนับสนุนรณรงค์ลดปัญหาเรื่องเมาแล้วขับ ซึ่งปัญหาที่แท้จริงเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย ที่หลายฝ่ายต้องร่วมมือกันทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร โดยหารือถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อมาดำเนินการในเรื่องนี้โดยเฉพาะซึ่งจะหารือกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติและรณรงค์และสั่งการให้มีมาตรการเข้มงวดมาดำเนินการกับผู้ที่ดื่มแล้วขับ เช่น การยึดรถ 

ด้านนพ.แท้จริง กล่าวว่า ทางเครือข่ายต้องการขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ออกนโยบายดำเนินการกับผู้เมาแล้วขับชัดเจนด้วยการยึดรถเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้เป็นปีแรกที่สถิติจากอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับลดลงเพราะผู้ใช้รถกลัวถูกยึดรถ จึงสนับสนุนให้รัฐบาลใช้มาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะคำสั่งหัวหน้าคสช.ประกาศใช้มาตรา 44 ยังมีผลอยู่ แต่ทั้งนี้ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการปฏิบัติแล้ว จึงเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อดูแลและดำเนินการในเรื่องนี้ต่อเนื่อง และกำหนดเป้าหมายให้ชัดอย่างน้อยให้เกิดผลปรากฎภายในเวลา 12 เดือน 

นพ.แท้จริง กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาเมาแล้วขับไม่ยาก  หากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น พร้อมกับเสนอแนวทางให้รัฐบาลกำหนดให้รถยนต์ทุกคันติดกล้องเพื่อช่วยเผยแพร่ได้ทางโซเชียลหากพบผู้กระทำผิด หากเจ้าหน้าที่จับกุมนั้นมีโอกาสรอดได้ง่ายกว่าการนำใช้โซเชียลเข้ามาช่วยจะติดตามตัวได้ง่าย ซึ่งขณะนี้การติดกล้องในรถยนต์ยังมีน้อย โดยรัฐอาจสนับสนุนด้วยการไม่เก็บภาษีกล้อง ซึ่งอาจจะช่วยได้มากกว่าการพึ่งกล้องซีซีทีวีที่อาจจะเสียหรือไม่สามารถใช้การได้ อย่างไรก็ตามด้านการจ้างงานผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากเมาแล้วขับนั้น ได้ประสานกับธนาคารเอกชนเพื่อนำเงินส่งเข้ารัฐในกรณีที่ไม่สามารถจ้างคนพิการได้ นำมาจ้างผู้พิการทำงานเป็นวิทยากรเพื่อรณรงค์เมาไม่ขับตามในชุมชน