วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.ชำแหละ 'ร่างรธน.' 8-9กพ.

สนช.เตรียมถก 5ก.พ. ห่วงให้อำนาจองค์กรอิสระมากไป ด้านสปท.ชำแหละร่างรธน.8-9ก.พ. ด้านกมธ.การเมืองท้วงจัดสรรปันส่วนผสม

นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการเสนอความเห็นร่างรัฐธรรมนูญของสปท.ให้กรธ.ภายในวันที่ 15 ก.พ.ว่า  จะนัดประชุมสปท.ในวันที่ 8-9 ก.พ.เพื่อให้สมาชิกสปท.ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญส่งไปให้กรธ.ภายในวันที่ 15 ก.พ. แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่า ความเห็นที่ส่งไปจะเป็นมติสปท.หรือไม่  แต่กรธ.อยากให้สปท.ส่งมาเป็นมติสปท. ซึ่งยังไม่ทราบว่า จะทำได้หรือไม่ เพราะสมาชิกสปท.มีจำนวนมาก แต่ละคนก็มีควาเห็นแตกต่างกัน  คงต้องรอหารือในการประชุมวิปสปท.วันที่ 4 ก.พ. เพื่อกำหนดรูปแบบให้ชัดเจนว่า จะส่งเป็นมติสปท. หรือเป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการปฏิรูปแต่ละคณะในสปท.

นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า ในระหว่างนี้กมธ.ของสปท.แต่ละคณะจะประชุมเพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำข้อสรุปที่ได้แต่ละคณะไปเสนอต่อที่ประชุมสปท.ในวันที่ 8-9 ก.พ.ก่อนเสนอให้กรธ.ทราบต่อไป  ในส่วนของกมธ.การเมือง เท่าที่คุยกันเบื้องต้น จะเสนอแนะให้กรธ.ทบทวนเรื่องการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เนื่องจากเห็นว่า ยังมีข้อบกพร่อง เพราะคะแนนที่ได้ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปใช้สิทธิลงคะแนน อีกทั้งวิธีเลือกตั้งที่กรธ.กำหนดให้เป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียวนั้น  สปท.การเมืองมองว่า ไม่เหมาะสม ง่ายต่อการซื้อเสียง อาจทำให้ถูกครอบงำได้ 

ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า จะมีการประชุมสนช.ในวันที่ 5 ก.พ.เพื่อให้สมาชิกสนช.แสดงความเห็นอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. หลังจากนั้น กมธ.จะนำความเห็นที่สมาชิกสนช.แสดงความเห็นมาไปรวบรวมสรุปผล เพื่อเสนอกลับเข้าสู่ที่ประชุมสนช. ให้ลงมติรับรองรายงานความเห็นและข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ก่อนส่งให้กรธ.ภายในวันที่ 15 ก.พ. ส่วนตัวมองว่าเนื้อหาภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญสามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาประเทศได้แต่เนื้อหาบางส่วนควรปรับปรุงให้เกิดความชัดเจนอาทิ เรื่องการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่เข้าใจยาก  อธิบายลำบาก น่าจะใช้วิธีอื่นที่เข้าใจง่ายกว่านี้ รวมถึงไม่มีความจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ดูแล้วยุ่งยากเพราะสภาผู้แทนราษฎรมีดุลยพินิจในการเลือกนายกรัฐมนตรีได้อยู่แล้ว  นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องการให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป ควรเขียนให้ชัดเจนว่า จะตรวจสอบเรื่องใดได้บ้าง ไม่ควรมีอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ทุกเรื่อง แม้จะมีเหตุผลป้องกันไม่ให้รัฐบาลเหลิงอำนาจแต่การให้อำนาจรัฐบาลแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบกั๊ก ๆ จะทำให้เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศได้