วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทินพันธ์'พบสื่อ แจงคืบหน้าการทำงานสปท.

"ทินพันธ์" พบสื่อ แจงความคืบหน้าสปท. ปัดออกความเห็นประเด็น สปท. ในร่าง รธน.

ที่รัฐสภา ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 และน.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 พร้อมด้วยทีมโฆษก สปท.ร่วมกันพบปะสื่อมวลชน โดย ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สปท. ได้พิจารณาระเบียบวาระแผนการปฏิรูป 4 เรื่องเสร็จสิ้นแล้ว คือ 1.แผนปฏิรูปแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรมคมนาคม ฉบับที่ พ.ศ... ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนปะเทศด้านการสื่อสารมวลชน 2.แผนปฏิรูปการเงินเศรษฐกิจฐานราก ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ 3.แผนปฏิรูประบบงานบริหารประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวนของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ 4.เรื่องมหาวิทยาลัยของคณะกรรมาธิการการขับเคลื่อนประเทศด้านการกีฬา โดยจะนำรายงานพร้อมความเห็นของสมาชิกทั้งหมดส่งไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อดำเนินการต่อไป

ด้าน นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตามที่มติที่ประชุมวิปสามฝ่ายได้เห็นชอบกับ สปท. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำงานร่วมกัน ซึ่งในระดับกรรมาธิการจะมีการหารือกัน สองสัปดาห์ต่อครั้งเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้จะต้องมีการประสานกันระหว่าง รัฐบาล สนช. และสปท. โดยต้องกำหนดให้ชัดว่า ภายใน 1 ปี 6 เดือนจะดำเนินการในเรื่องหลักอะไร ซึ่งเรื่องสำคัญที่รัฐบาลอยากเห็น คือเรื่องการต่อต้านการทุจริต นอกจากนี้ทั้งสองฝ่าย คือ สนช.และสปท.ต้องมีการหารือกันในการทำกฎหมายเกี่ยวการปฏิรูปอีก 126 ฉบับ อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 ม.ค. คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศจะเดินทางไปยัง จ.น่าน ไปพบปะพูดคุยกับอธิการบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศเพื่อรายงานการปฏิรูปทุกคณะให้ทุกภาคส่วนรับทราบเพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด จากนั้นในวันที่ 3 ก.พ. จะพบกับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจบทบาทภารกิจความคืบหน้าในการทำงานของ สปท. พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นในภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำมาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 

น.ส.วลัยรัตน์ กล่าวว่า ทาง สทป.ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปให้กับ สปท. แต่ที่ผ่านมาความเห็นจากทุกภาคส่วนที่ส่งเข้ามาถือว่าน้อยมากหากเทียบกับภารกิจระดับชาติ และความเห็นที่ส่งมาบางเรื่องก็ซ้ำเดิม แสดงให้เห็นว่าการรับรู้ของประชาชนยังมีไม่มากพอ ดังนั้นสื่อจึงเป็นเครื่องมือที่สร้างความตระหนักให้กับประชาชนรับรู้ว่าการปฏิรูปเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่สมาชิก สปท. เพียง 200 ท่านเท่านั้น โดยสปท.มีหน้าที่เพียงจุดประกายเท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการปฏิรูปจากประชาชน

เมื่อถามว่า สำหรับร่างรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาลซึ่งระบุให้วาระการดำรงตำแหน่งของ สปท.อยู่ต่อไปอีก 1 ปีหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วถือว่าเพียงพอกับการปฏิรูปหรือไม่ ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ขอเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกก่อนจึงจะแสดงความเห็นได้

เมื่อถามว่าจากกรณีที่บทเฉพาะกาลระบุว่า สปท.สามารถลงเล่นการเมืองได้โดยต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ มีความเหมาะสมหรือไม่ ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้เพราะไม่สามารถพูดแทนสมาชิกทั้งหมดได้