วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยื่นขอ 'ประยุทธ์' สั่งชะลอบังคับใช้พ.ร.บ.รปภ.

กลุ่มสหพันธ์ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ยื่นขอ "ประยุทธ์" สั่งชะลอบังคับใช้พ.ร.บ.รปภ. ที่จะบังคับใช้ 4 มี.ค.นี้

กลุ่มสหพันธ์ธุรกิจรักษาความปลอดภัย นำโดยนายธนพล  พลเยี่ยม เลขาธิการสหพันธ์ธุรกิจรักษาความปลอดภัย นำผู้ประกอบการธุรกิจรปภ. และพนักงานบริษัทรปภ.ประมาณ 300 คน เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน เพื่อขอให้ชะลอการบังคับใช้ พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2558 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป   

นายธนพล กล่าวว่า สหพันธ์ เห็นว่า กฎหมายดังกล่าวยังมีข้อบกพร่องหลายประการ กระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ประกอบธุรกิจรปภ. และมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติที่สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่เจตนาของผู้ประกอบการธุรกิจรปภ. และมีบางมาตราที่เป็นการริดรอนสิทธิในการเลือกประกอบอาชีพเพราะด้อยการศึกษา  จึงขอให้ชะลอการบังคับกฎหมายนี้ออกไปก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามที่รัฐบาลเห็นสมควร โดยระหว่างการชะลอการบังคับใช้กฎหมายเสนอให้คณะกรรมการกำกับธุรกิจรปภ.ตามมาตรา 6 ร่วมกันศึกษาผลกระทบและแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง   

นายธนพล กล่าวอีกว่า การร่างพ.ร.บ.นี้ออกมาโดยเร่งรีบไม่ได้ฟังความคิดเห็นของพวกเราที่เป็นบริษัทเล็ก ผ่านวาระ 2-3 ภายในวันเดียว เพราะมีบริษัทยักษ์ใหญ่ของธุรกิจรปภ.ที่มีทุนจากต่างประเทศหนุนหลังให้การสนับสนุน และก่อนหน้านี้มีความพยายามจะนำพ.ร.บ.นี้เข้าสู่สภาทุกรัฐบาล แต่ก็ได้ชี้แจงตลอดว่าจะมีผลกระทบมากมาย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็รับฟังและไม่ให้ผ่าน แต่วันนี้พอพ.ร.บ.ออกมาเพราะบริษัทที่มีทุนสูงและคอนเน็คชั่นส่วนตัวก็ทำเกิดความไม่เป็นธรรมหลายประการกับบริษัทเล็ก อย่างเช่นการประกอบธุรกิจรปภ.ชื่อบริษัทจะต้องมีคำนำหน้าว่าบริษัทรักษาความปลอดภัย

จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถนำบริษัทไปประกอบอาชีพอื่นได้ และจะไม่ดูดีในเชิงธุรกิจ และบริษัทเราเสียภาษีทุกอย่างเหมือนบริษัทอื่นๆ แต่พ.ร.บ.นี้มาเรียกเก็บเงินค่าขึ้นทะเบียนประมาณ 1-5 หมื่นบาท และยังมีค่าขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานรปภ.ประมาณ 1 พันบาท แต่มีการต่อรองกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปแล้วว่าให้ลดเหลือ 300 บาท นอกจากนี้ยังต้องมีการฝึกพนักงานรปภ. ที่สตช.กำหนดค่าฝึกประมาณ 2-6 พันบาท ที่บริษัทจะต้องเสียเงินจากส่วนนี้ ซึ่งความจริงบริษัทนำส่วนที่ต้องจ่ายไปหักกับเงินเดือนของพนักงานได้ แต่ในทางธุรกิจแท้จริงไม่สามารถตัดเงินเขาได้ ดังนั้นบริษัทต้องจ่ายเอง อีกทั้งพ.ร.บ.ยังบังคับว่ารปภ.จะต้องจบการศึกษาบังคับ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งที่พนักงานรปภ.ในธุรกิจนี้ไม่จบม.3 ประมาณ 1 แสนคน แม้ว่าจะได้รับการยกเว้นภายใน 3 ปี แต่ให้ไปเรียนให้เสร็จภายใน 3 ปี คิดดูสิว่าคนอายุ 50-60 ปี หาเช้ากินเย็น จะมีเวลาที่ไหนไปเรียนม.3 จะทำให้รปภ.หายไปจากธุรกิจนี้ประมาณ 1 แสนคน  

"ธุรกิจ รปภ.ไม่ได้มีกำไรมากมาย หักภาษี หักค่าบริหารจัดการแล้ว มีกำไรประมาณหัวละ 1,000 บาท แต่เมื่อเราต้องมาเสียค่าฝึกอบรม 2,000 พัน เราต้องเสียกำไรไปเฉยๆ2 เดือน เมื่อขึ้นเดือนที่ 3 ถึงจะได้กำไรจากส่วนนี้ และสภาพความเป็นจริงที่ผมเป็นรปภ.มา 20 ปี  บางคนมาทำงาน 2 เดือนก็ลาออก 1 เดือนลาออก ทำให้เราต้องมาขอร้องต่อนายกฯว่า ขอให้ใช้อำนาจที่มีชะลอพ.ร.บ.ไปก่อนและศึกษาผลกระทบจากทุกฝ่ายให้รอบด้านก่อน"นายธนพล กล่าว   

เลขาธิการสหพันธ์ธุรกิจรปภ. กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.นี้ยังไม่ครอบคลุมการบังคับใช้ถึงทหารผ่านศึก จึงเห็นว่าในอนาคตข้างหน้าที่จะทำให้เกิดความเสียเปรียบทางด้านการค้า จะทำให้องค์การทหารผ่านศึกเป็นองค์กรธุรกิจรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่เพราะยังไม่มีกฎกระทรวงหรือระเบียบใดระบุคุณสมบัติของพนักงานรปภ.ขององค์การทหารผ่านศึกว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เพราะเมื่อรัฐประกอบธุรกิจย่อมได้เปรียบเอกชน ดังนั้นควรแก้ไขพ.ร.บ.นี้ให้ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินกิจการขององค์การทหารผ่านศึกด้วย 

เมื่อถามว่าหากนายกฯไม่สามารถชะลอพ.ร.บ.ให้ได้จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อ นายธนพล กล่าวว่า พวกเราก็ต้องไปอยู่ภายใต้พ.ร.บ.ตัวนี้ และก็คงจะมีปัญหามากมายอย่างที่เรียนมา