วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดใบอนุญาตขับขี่ ผู้กระทำผิดบนท้องถนน

กรมการขนส่งทางบก เตรียมประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเกี่ยวกับข้อมูลของบุคคลที่กระทำผิดบนท้องถนนให้มากขึ้น

ประโยคที่ว่า “วินัยจราจร สะท้อนวินัยชาติ” เป็นรื่องที่ไม่เกินจริง เพราะเฉพาะแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดการมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน บางรายขับขี่ด้วยอารมณ์ จึงเกิดคดีรถชนกัน จนมีความสูญเสียชีวิตและทรัพย์เกิดขึ้นแทบทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้นระยะนี้มักได้เห็นคลิปวิดิโอหรือเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่และแชร์ต่อกันในสังคมออนไลน์ ตามมาด้วยเสียงวิพากวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่เหมาะสม    

ล่าสุดเป็นคลิปวิดิโอบันทึกเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นและมีประชาชนวิพากวิจารณ์กันอย่างหนัก คือเหตุการณ์ที่ นายศักดิ์สุริยา นามเวียง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น จอดรถยนต์ฮอนด้าซิตี้สีขาว กีดขวางการจราจรบนถนนรัชดาภิเษก ก่อนที่จะลงมาหาเรื่องรถคันอื่น เมื่อ ร.ต.ต.พิรุณ พรหมบุตร รองสว.จร.สน.ห้วยขวาง เข้าห้ามปราม กลับถูก นายศักดิ์สุริยา ชกต่อย ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น จึงเข้ามารุมทำร้ายร่างกายนายศักดิ์สุริยาซ้ำ หลังก่อเหตุ นายศักดิ์สุริยา ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุตนทะเลาะกับแฟนสาวอย่างหนักจึงดื่มสุราเข้าไปจนมึนเมา จากนั้นก็ขับรถออกไปทำธุระกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว สำหรับสาเหตุที่ทำร้ายร่างกายตำรวจ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาทำร้ายตนเอง

เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น กรณีเมาสุรา จอดรถขวาง ทำร้ายตำรวจ นายศักดิ์สุริยา ถูกดำเนินคดีดังนี้ ตาม พรบ จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม43(2) เมาแล้วขับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บ หรือ ทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน /เพิกถอนใบอนุญาต ,ม 43(3) ขับรถในลักษณะกีดขวางทางจราจร ปรับตั้งแต่ 400-1,000บ ,ม 43(8) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับตั้งแต่2,000-10,000บ ,ม161 ใช้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยึดใบอนุญาตขับขี่อีกครั้งละไม่เกิน 60 วัน และ ม.162 เมื่อคดีถึงที่สุดจะขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งหากมาขับขี่อีก มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000บาท ส่วนกรณีเมาแล้วขับจะขอให้ศาลสั่งยึดรถตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่6736/58

และความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม296 ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000บาท/ทั้งจำทั้งปรับ,ม358 ทำให้เสียทรัพย์ จำคุกไม่เกิน3ปีปรับไม่เกิน6,000 บาท/ทั้งจำทั้งปรับ

ไม่เพียงแค่นั้น ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ทั้ง การถอยรถชนรถคู่กรณี จากกรณี ดีเจเก่ง ภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อดีตดีเจคลื่น 89.5 ถอยรถกระบะของตนเองชนท้ายรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ายาริสสีแดงของนายกวินกานต์ ศรีฤาชา จนพังยับเยิน ครั้งนั้นสังคมออนไลน์ต่างวิพากวิจารณ์พฤติกรรมที่เกิดขึ้น

การยิงกันเพียงแค่ขับรถปาดหน้า จากกรณี รถเก๋งสีขาว 2 คัน ขับปาดหน้าไป-มา กลางถนนพระราม 2 จนเกิดยิงใส่กันบาดเจ็บ 2 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 หรือแม้แต่การปิดถนนขับรถซิ่งของแก๊งวัยรุ่นตามถนนเส้นต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมลฑล

เหตุการณ์เหล่านี้คงไม่มีผู้ใช้รถใช้ถนนอยากให้เกิดขึ้น เพราะมันคือความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน จึงมีการวิพากวิจารณ์ถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการจราจร รวมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบวางมาตรการเข้มข้นมากขึ้น

ประชาชนที่พักอาศัยย่านบางนาส่วนใหญ่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การเกิดเหตุความรุนแรงบนท้องถนนในปัจจุบัน ทำให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่มีใครรู้ได้เลยว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับตนเองหรือว่าคนในครอบครัวหรือไม่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญและออกมาตรการดูแล

"สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุความรุนแรงบนถนนส่วนหนึ่งมาจากการเมาแล้วขับ ซึ่งคนไทยส่วนมากจะเป็นแบบนี้ เห็นแต่ความสุขส่วนตัว เต่ไม่เห็นความทุกข์ของคนอื่น เวลาเกิดอุบัติเหตุคนสูญเสียไม่ใช่แค่คนๆเดียวแต่เกิดขึ้นทั้งครอบครัว อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความรับผิดชอบเฉพาะบุคคลในการใช้รถ ใช้ถนน ถ้ามีน้ำใจในการใช้ถนนร่วมกันก็คงไม่เกิดความรุนแรงขึ้น บางทีอาจจะเมา เครียด ใจร้อน ซึ่งถ้าเกิดความรุนแรงขนาดนี้ รัฐควรจะออกมาตรการเด็ดขาด อาจจะเป็นการยึดใบอนุญาติขับขี่ตลอดไปเลยหรืออาจจะพิจารณาเป็นรายไป"

การจราจรบนท้องถนนมีกฎหมายควบคุมเข้มข้นมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมายังคงมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่ง พลตำรวจตรีทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้แก้ปัญหาการจราจรให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะปัญหาหลักจากการวิเคราะห์พบว่า การจราจรติดขัด ส่งผลทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บนท้องถนนในระยะนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยได้มอบนโยบายให้กับทุกสถานีตำรวจ คอยสอดส่องดูแล ตรวจตรา ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในเรื่องการจราจรให้กับประชาชนเป็นอย่างดี เพราะการจราจรที่ติดขัดอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชน

นอกจากนี้การขาดวินัยบนท้องถนนของประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนปฎิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะการทำผิดกฎหมายจราจรที่ร้ายแรงอาจส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนใบอนุญาติขับขี่ได้

"พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ถือว่ามีความผิดตาม พรบ.จราจร 2552 และต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาติของประชาชนมีหลายอย่าง เช่น การเมาแล้วขับ การขับรถหวาดเสียว จนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตผู้อื่น ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ได้กำหนดไว้ใน พรบ.จราจร และมีการบังคับใช้มาอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว แต่ที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนไม่มีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ไม่มีน้ำใจ และขาดความยับยั่งชั่งใจ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าการจราจรที่ติดขัดก็อาจส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความเครียดจากรถติด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลดูแลเรื่องนี้แล้ว นอกจากนี้ อัตราโทษที่เกี่ยวกับจราจรเป็นแค่การเปรียบเทียบปรับ ถ้ามีอัตราโทษจำคุกก็ม่รู้ว่าภาพรวมของการทำผิดจะดีขึ้นหรือไม่" ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6

การแก้ปัญหาพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่เหมาะสมบนท้องถนน จะไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว จำเป็นต้องร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา

กรมการขนส่งทางบก เตรียมประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเกี่ยวกับข้อมูลของบุคคลที่กระทำผิดบนท้องถนนให้มากขึ้น เพราะกรมการขนส่งทางบกเป็นต้นทางออกใบอนุญาตขับขี่ตามสิทธิ์ของประชาชนเเละเป็นปลายทางเมื่อมีคนทำผิดตาม พรบ.จราจร กรมการขนส่งทางบกจึงจะพิจารณาการเพิกถอนใบ