วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดสรุปผลตรวจสอบหัวคิว'ราชภักดิ์' ในมค.นี้

ป.ป.ท.คาดสรุปผลตรวจสอบหัวคิวอุทยานราชภักดิ์ ภายในเดือน ม.ค.นี้ พร้อมชงบัญชีรายชื่อขรก.ทุจริตให้นายกฯใช้ม.44 ย้ายทุก 2-3 เดือน

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานของ ป.ป.ท. ว่า ในปี 2559 รัฐบาลอนุมัติกรอบเพิ่มกรอบอัตรากำลังให้ป.ป.ท.อีก 343 อัตรา เพื่อรองรับงานตรวจสอบทุจริตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตั้งเป้าที่จะรวบรวมรายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับทุจริตในทุก 2-3 เดือน เพื่อเสนอให้มาตรา 44 โดยบัญชีรายชื่อล็อต 4 พร้อมเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตามเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม นายกฯไม่ต้องการใช้อำนาจพิเศษพร่ำเพรื่อ จึงเร่งวางกลไกปกติให้สามารถเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเต็มที่ ทั้งนี้ภายในเดือนม.ค.นี้จะสามารถสรุปผลการตรวจสอบประเด็นหักหัวคิวในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ได้ โดยป.ป.ท.เรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดแล้ว. แต่ยังไม่สามารถติดต่อบุคคลที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้เข้าให้ปากคำได้

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลของสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ล่าสุดได้รับการประสานจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งรับสำนวนคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลในปีงบประมาณ 2555 จากป.ป.ท.ไปไต่สวน โดยระบุว่าพบข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลที่เดิมคิดว่าจะไม่สามารถเอาผิดได้ โดยเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมลงนามในสัญญา แต่มีพยานหลักฐานระบุว่าบุคคลเหล่านี้มีพฤติการณ์สนับสนุนช่วยเหลือการกระทำความผิด ซึ่งทั้งกลุ่มข้าราชการ พ่อค้าและนักการเมือง จึงขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะทำทุจริตว่าอย่าคิดว่ากฎหมายจะเอาผิดไม่ได้

“กรณีก่อสร้างสนามฟุตซอล ป.ป.ท.เสนอชื่อให้ป.ป.ช.ไต่สวนข้าราชการรวม 3,721 คน ตั้งแต่กรรมการทีโออาร์ กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการอีอ๊อคชั่น และกรรมการตรวจรับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณกว่า 689 ล้านบาท ที่จัดสรรให้โรงเรียนในกลุ่มสพฐ. 358 แห่ง โดยมีลักษณะทีโออาร์เอื้อประโยชน์เอกชนรายเดียว และจัดซื้อครุภัณฑ์แพงเกินจริง” เลขาธิการป.ป.ท. กล่าว  

นายประยงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลงานในรอบปีของป.ป.ท.หลังจากรัฐบาลใช้มาตรา 44 เข้ามาดำเนินการย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับทุจริตมีการสั่งย้ายไปแล้ว 174 คน โดยการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจังส่งผลให้อันดับความโปร่งใสของประเทศไทยสูงขึ้น. สะท้อนว่าเราดำเนินการมาถูกทางแล้ว ในส่วนประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนมาที่ป.ป.ท.กว่า 4,000 เรื่อง คณะกรรมการป.ป.ท.รับไว้ไต่สวน 962 เรื่อง ชี้มูลความผิดแล้ว 263 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานตรวจสอบงบอุดหนุนเฉพาะกิจระบบส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวงเงินกว่า 548 ล้านบาท โดยพบว่ามีการทุจริตตั้งแต่การเสนอโครงการ การจัดทำราคากลาง จัดซื้อครุภัณฑ์แพงกว่าความจริงหลายเท่า มูลค่าความเสียหายกว่า 152 ล้านบาท ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องสันทนาการของกรมพลศึกษา และกรมการท่องเที่ยว โดยพบว่ามีความผิดปกติในการเสนอราคาหรือฮั้วประมูล โดยขณะนี้ได้ส่งสำนวนคดีให้ป.ป.ช.ไต่สวนตามอำนาจหน้าที่แล้ว